DELE ON SHIRT

ว่ากันด้วยเรื่องของความ ''อินดี้'' ศัพท์นี้เป็นศัพท์ที่ข้อบังคับขึ้นโดยวัยรุ่น (ไหน?) ประเทศไทยที่ตัดเอาเฉพาะพยางค์หน้าของคำว่า ''Independent'' มาเรียกสั้นๆเพื่อความเข้าใจกล้วยๆกับคำจำกัดความเรียกตัวเป็น อิสระ

จริงๆแล้วก็ไม่รู้เรื่องหรอกว่าคนไหนใช้มันเป็นคนแรก เพียงแต่จู่ๆคำนี้ก็ขจัดขจายในสังคมวันรุ่นไทย แล้วก็ใช้กระจายต่อกันไปแบบไม่มีที่มาที่ไป ใช้กันแบบงงมากๆ

มันเป็นศัพท์ที่ใช้บอกสื่อสารกันทั่วไป ไม่ต้องเป็นทางการอะไรมากมาย เอาเพียงแค่ว่ารู้เรื่องตรงกันเป็นเพียงพอว่ามันหมายคืออย่างนี้

นี้แหละมั้งที่เรียกว่า อิสระ

อิสระในการคิด, การพูด, การแต่งตัว หรือวิธีการทำอะไรนอกกรอบ แปลกๆแปลกที่คนทั่วไปไม่ค่อยทำกัน ถ้าหากเป็นด้านบวกก็เรียกว่า ความสร้างสรรค์ แต่หากเป็นอีกด้านเรียกแบบซอฟต์ๆหน่อยก็คงเป็น ไอ้นี่ไม่เป็นประโยชน์แน่ๆ!!

หลายแวดวงเริ่มแผ่ขยายความคิดนอกกรอบ ไอเดียล้ำๆผุดขึ้นมาให้เปลี่ยนเป็นจุดขาย เปลี่ยนเป็น ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ให้บุคคลทั่วไปเห็นแล้วรู้สึกคลั่งไคล้ต้องการกระทำตามบ้าง

และแวดวงฟุตบอลก็ยอดเยี่ยมในนั้น ไล่ตั้งแต่แฟชั่นสตั๊ดสีจี๊ดๆแฟชั่นทรงผม เบอร์เสื้อแปลกๆและที่ครีเอตไม่แพ้เรื่องอื่นเลยก็คือ ชื่อนักเตะข้างหลัง

แม้มันจะดูไม่แปลกแปลกเท่าไหร่ แต่ก็เพียงพอเรียกความเป็นกระแสที่ได้รับความนิยมได้ไม่น้อย ทั้งชื่อสมญานาม ชื่อกลาง หรือชื่อหน้า มีให้เห็นกันเพียบ

หากไม่นับพวกนักเตะในลีกอเมริกาใต้ทั้งหลาย หรือบางครั้งนักเตะเชื้อสายสแปนิช, โปรตุกีส หลายๆคนที่ควรต้องย่อชื่อ เพราะเหตุว่าชื่อทางการจริงๆมันยาวจนกระทั่งยากที่จะยัดใส่หลังเสื้อให้พอดิบพอดี มันก็เลยต้องครีเอตกันหน่อย

แต่สำหรับนักเตะทั่วไป โดยเฉพาะลำแข้งพรีเมียร์ลีกที่มีชื่อหน้า และชื่อสกุลปกติ โดยมากจะสกรีนเป็น ชื่อสกุลเอาไว้ เพราะเหตุว่าหากใช้ชื่อหน้ามันก็เกร่อจนกระทั่งเกินความจำเป็น อย่างเพียงแค่เรียกชื่อ โจนาธาน เพียงแต่ครั้งเดียวคนก็หันพร้อมกันเป็นพันแล้ว

จะมีแค่เพียงกลุ่มก้อนเล็กๆแค่นั้น ที่ฉีกความธรรมดาสามัญของประชาชน เอาที่เพียงพอจะจดจำได้เลยก็ ราเวล มอร์ริสัน สมัยก่อนลำแข้งพรสววรค์ของแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ปักชื่อหน้าของตัวเองด้านบนเลขเสื้อ ในช่วงที่ค้าลำแข้งกับ ''ขุนค้อน''

ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ลูกปืนสำรองของผีแดงก็เช่นกันที่เอาสมญานาม ชิชาริโต้ มาเป็นจุดขาย เรียกกระแสความคลั่งของแฟนบอลได้มากพอๆกับซูเปอร์สตาร์ตัวหลักของกลุ่มเลย

หรือถ้าหากจะนั่งไทม์แมชีนกลับไปอีกหน่อย สมัยก่อนลำแข้งผีที่โปรไฟล์ไม่ธรรมดา เมื่อพกเอาลูกหลานของความเป็นอัจฉริยะลูกหนังของผู้เป็นบิดาเจ้าของสมญา ''นักเตะเทพเทวดา'' ก็ยังสกรีนชื้อหน้า ยอร์ดี้ ไว้ห้วนๆเลย

แม้กระทั้ง คริสเตียน เบนิเตซ กับสมญานาม ยกโช่ บนเลข 11 กับเครื่องแต่งตัวเบอร์มิงแฮม หรือ สเตลิออส ยานที่นาวัวปูลอส กับชื่อ สเตลิออส ยุคเป็นผู้นำกองทัพให้โบลตันเองก็เป็นไปกับเขาด้วย

ลามมาจนกระทั่ง เมมฟิส เดอขว้างย ที่ใช้ชื่อหน้าของตัวเองเป็นเพราะว่าเขาไม่ค่อยมีความผูกพันธ์กับป๊ะป๋าเสียเท่าไหร่ เลยหยิบนำชื่อหน้ามาใช้บนหลังเสื้อของตัวเอง แต่มันก็ดูอินดี้ดีเหมือนกัน

ปัจจุบันความอินดี้ได้รับการสืบสานถัดมาจนกระทั่ง เดเล่ อัลลี่ มิดฟิลด์ดาวรุ่งพุ่งแรงของ ''ไก่เดือยทอง'' เมื่อซีซั่นนี้กองกลางวัย 20 ปีจะแปลงมาใช้ชื่อหน้าของตัวเองที่ข้างหลังเสื้อ หลังจากฤดูกาลที่แล้วใช้อัลลี่มา 1 ฤดูกาลเต็มๆ

''ที่ผมอยากได้ใช้ชื่อของผมแทนชื่อสกุล เพราะเหตุว่าผมมีความคิดว่าผมไม่มีความผูกพันอะไรทั้งหมดกับ ชื่อชื่อสกุลอัลลี่''

''นี่ไม่ใช่การตัดสินของผมผู้เดียว แต่เมื่อลองคุยปรึกษากับครอบครัวแล้ว ผมจึงทำอย่างงั้นโดยทันที'' ดาวรุ่งยิดโด้บอกเหตุผลที่ต้องแปลงชื่อว่าอย่างงี้

ได้ยินเรื่องของอัลลี่แล้วเชื้อเชิญหม่นหมองนิดหน่อย เมื่อครอบครัวที่เขาพูดถึงนั้น ไม่ได้อบอุ่นเหมือนคนทั่วไปซักเท่าไหร่ เริ่มตั้งแต่การหย่าร้างของพ่อแม่ก่อนที่เขาจะลืมตาดูโลก ซ้ำร้ายยิ่งไปกว่านั้นไปกว่านั้นเป็นการต้องจากผู้เป็นแม่ตั้งแต่อายุ 13 ปี ต้นเหตุก็เพราะว่าแม่ติดสุรา

จากนั้นก็แต่งงานที่สมบูรณ์พร้อมกว่าเป็นผู้ชุบเลี้ยงเขาในฐานะลูกบุญธรรม ช่วยผลักดันให้อัลลี่เดินทางตามความฝันของตัวเองเสร็จ

เริ่มต้นทางการเป็นนักเตะกับ สิตี้ วัวลต์ ก่อนจะแปลงรกรากของสถานที่เรียนลูกหนังสู่ มิลตัน คีนส์ ตอนอายุ 11 ขวบ และผ่านการบ่มเพาะประสบการณ์กับระบบเยาวชนของกลุ่ม และเมื่อเริ่มเขี้ยวถึงที่เหมาะจึงได้รับช่องทางให้ประเดิมกับกลุ่มชุดใหญ่ในอายุ 16 ปี ด้วยการลงเป็นตัวสำรองในเกมที่เสมอ เคมบริดจ์ 0-0 ศึกเอฟเอ คัพ เมื่อวันที่ 2 เดือนพฤศจิกายน 2012

และเกมกลางแจ้งเกิดของเขากับหน้าที่นักเตะอาชีพ เป็นการเป็นตัวหลักช่วยทำให้ มิลตัน คีนส์ ล้ม แมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมลีก คัพ รอบ 2 ด้วยสกอร์ที่ต้องขยี้ตาซ้ำมากมายรอบ เมื่อจำนวน 4-0 บนสกอร์กระดานปรากฏสู่สายตาแฟนบอลในวันนั้น

จบเกมปุบปับ แสงสปอตไลต์ส่องไปที่ เดเล่ อัลลี่ ปั๊บ แถมยังเนื้อหอมถึงขึ้นยักษ์ใหญ่อย่าง บาเยิร์น มิวนิค และ ลิเวอร์พูล แทรกไหล่ชะแง้คอตามจีบดาวรุ่งเนื้อหอมรายนี้ให้ย้ายไปร่วมกลุ่ม

ดังได้ไม่นานการย้ายกลุ่มก็เกิดขึ้นจริงๆแต่สโมสรใหม่ของอัลลี่ก็ไม่ใช่ทั้งคู่กลุ่มที่ว่ามา หากเป็น ''ไก่เดือยทอง'' ที่เป็นฝ่ายสมหวัง และตรงนี้เอง อัลลี่เริ่มฉายออร่าเทวดาถีบตัวเองขึ้นมาเล่นกับกลุ่มชุดใหญ่ได้เสร็จ กับผลงานการซัด 10 ประตูในลีกจากการลงเล่นทั้งหมดทั้งปวง 33 เกม แถมด้วยแอสซิสต์ไป 9 ครั้ง

ฟอร์มเด่นได้ขนาดที่ รอย ฮ็อดจ์สัน ควรต้องคีบไปฝ่ายูโร 2016 ที่ฝรั่งเศส ด้วยเลย

เมื่อโปรไฟล์ในเรซูเม่ของลำแข้งดาวรุ่งสวยสดงดงามไร้ที่ติเตียนขนาดนี้ ก็ไม่แปลกที่เขาจะได้รับรางวัลดาวรุ่งเหมาะสมที่สุดที่ปีของซีซั่นที่แล้ว มาเป็นเกียรติขั้นประจำตัว

ฟอร์มแผ่รัศมี แถมมีรางวัลส่วนตัวการันตีความยอดเยี่ยมขนาดนี้ อยากจะอินดี้ขนาดไหนก็ไม่มีผู้ใดกล้าโต้แย้ง หากเค้นฝีเท้าให้เป็นที่กระจ่างก่อนเป็นอันดับแรก ที่เหลือก็ตามทีสไตล์คุณ

ซึ่งฤดูกาลใหม่นี้ เดเล่ อัลลี่ ยอดเยี่ยมในลำแข้งอินดี้ที่ใช้ชื่อหน้าของตัวเองเป็นชื่อข้างหลังเสื้อแข่ง ร่วมกับ เมมฟิส เดอขว้างย ตัวรุกริมเส้นจากค่ายสีแดงที่เมืองแมนเชสเตอร์

ที่เพียงพอเทียบความอินดี้แล้วมีพอๆกัน แต่ฝีเท้าที่แสดงออกมาสู่สายตาแฟนบอลทั่วโลกโคตรจะต่างกันเลย

แรงค์ 4 พรีเมียร์ลีก หรือแชมป์ ยูโรปา ลีก?

แม้ไม่เกิดเหตุ ''ก๊อดสิลล่า Vs. คิงคอง'' ขึ้นบนโลกเน่าๆของเราเสียก่อน พลพรรคภูติผีปีศาจแดงคงจะคุ้ยผ่านเข้ารอบ 8 ทีมท้ายที่สุด ยูโรปา ลีก ได้สำเร็จ
นี่เป็นโทรฟี่ที่มีความสำคัญระดับชั้นหนึ่งเพียงแต่รายการเดียวของยุโรปในที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่เคยสัมผัสอย่าว่าแต่สัมผัสเลยครับ – ไม่เคยเฉียดฉิวใกล้ด้วย
ดูเหมือนกับว่าถ้วยนี้ไม่ค่อยถูกชะตากับ แมนฯ ยูไนเต็ด สักเท่าไหร่ แถมส่วนใหญ่พวกเขามักดำรงชีวิตอย่างหรูหราและก็มีชาติตระกูลกว่าบนเส้นทางสาย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกนานๆถึงจะลดตนเองลงมาเล่นในถ้วยนี้สักที ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการถูกบังคับให้มาแบบไม่ค่อยเต็มใจก็แค่ฤดูกาลนี้ ถ้วย "ยูโรปา ลีก" แปลงเป็นจุดมุ่งหมายลำดับแรกๆที่พลพรรคภูติผีปีศาจแดงจะต้องเอามาให้จงได้
นอกจากจะหมายถึงเกียรติประวัติและก็การบรรลุเป้าหมาย มันอาจจะเป็นเพียงแต่หนทางเดียวที่ช่วยทำให้พวกเขากลับเข้าสู่เส้นทางสาย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง
การกลับไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ถือว่าสำคัญสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด มากครับ สำคัญทั้งในแบบ "รูปธรรม" และก็ "นามธรรม" เลยทีเดียว เพราะว่านอกจากจะเป็นแหล่งรายได้มากมาย – การได้มีส่วนร่วมในรายการนี้ไม่มีความต่างจากพลังยั่วยวนใจผู้เล่นระดับดาวดังให้มาร่วมทีมอีกด้วยที่สำคัญเป็นการเบียดตนเองเข้ามาเป็น 1 ใน 4 ขั้นแรกของตารางพรีเมียร์ลีกดูเหมือนเป็นเรื่องยากเพิ่มมากขึ้นทุกที
วันก่อนพึ่งครบรอบ 100 วันที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ค้างที่อยู่ในอันดับ 6 ของตารางพรีเมียร์ลีก ว่าและก็ล้อเลียนกันสนุกสนานสนามตามสูตรสำเร็จของโลกโซเชี่ยลจริงๆคงจะทำบุญทำกุศลร้อยวันไปเลย – ไหนๆก็อยู่ในอันดับ 6 ครบ 100 วันแล้วนี่ 555
ประมาณดูแล้ว ฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะหนีอันดับ 6 ไม่พ้นแล้วล่ะ เพราะว่าจะว่าไปในฤดูกาลนี้ พวกเขาได้โอกาสสลัดอันดับ 6 ของตัวเองทิ้งไม่ต่ำลงยิ่งกว่า 4-5 ครั้งเมื่อใดก็ตามช่องทางพุ่งเข้ามาหาก็มักมีอันจะต้องกำเนิดอะไรขึ้นสักอย่าง ยกตัวอย่างเกมล่าสุดที่เซิ้งกับ บอร์นมัธ ในบ้าน
เกมนั้นแม้ผู้ร่วมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นข้างมีชัยก็จะดีดอันดับ 6 ทิ้งไปได้อย่างแน่นอนอย่างน้อยๆ2 อาทิตย์ แต่ว่าจนแล้วจนรอดก็กลับแออัดยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้แขกมิได้ ในขณะที่คู่แข่งเหลือผู้เล่น 10 แถม แมนฯ ยูไนเต็ด ได้จุดโทษอีกต่างหากอีหรอบนี้คงจะถูกใครบางคนบนฟ้าแกล้งแล้วล่ะหรือไม่ก็น่าจะถูกสาบให้อยู่ในอันดับ 6 ตลอดกาลจนกว่าจะจบฤดูกาล เท่านั้นไม่พอการมีศึกอื่นๆรอบด้านส่งผลให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ลงแข่งขันในพรีเมียร์ลีกล้าช้ากว่าคู่ต่อสู้อย่าง ลิเวอร์พูล
เหตุการณ์ล่าสุด ทีมอันดับ 6 ของตารางอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ถูกทีมอันดับ 4 อย่าง ลิเวอร์พูล ทิ้งห่างไปเป็น 6 แต้มแล้ว แม้จะแข่งขันน้อยกว่า 2 นัดก็ตามทีต่อยก่อนเหนือกว่าครับเป็นตาม 6 แต้ม โดยแข่งขันน้อยกว่า 2 นัด มองผิวเผินราวกับไม่เสียเปรียบอะไร – เพียงแค่ชนะ 2 นัด แต้มก็จะเท่ากันทันที
แต่ว่ามันยังไม่เกิดขึ้นไงครับ และก็ไม่มีอะไรมารับประกันเพราะว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะชนะทั้ง 2 นัดที่หลงเหลือ ไม่ถูกกับ ลิเวอร์พูล ที่ลงเล่นไปเป็นระเบียบ และก็นำอยู่ 6 แต้มเป็นความจริงที่เกิดขึ้นแล้ว

เทียบเป็นจุดโทษ ลิเวอร์พูล ก็ฆ่าไปก่อน 2 ลูก โดยเข้าไปตุงตาข่ายทั้ง 2 ลูก เวลาที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้โอกาสยิงคราวหลัง 2 ครั้ง แต่ว่าถึงแม้ว่าจะเข้าทั้ง 2 ครั้งก็ทำได้เพียงแค่ตีเสมอ มิซ้ำยังกดดันกว่าต่อไปนี้มาดูโปรแกรมที่คงเหลืออยู่ของทั้ง 2 ทีมครับ
ลิเวอร์พูล เหลือพบทีมใหญ่ด้วยกันแค่เพียงนัดเดียว เป็นบุกไปเยี่ยม แมนฯ ซิตี้ ในวันอาทิตย์นี้ และก็มีศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้อีกนัด นอกจากนี้อีก 8 นัดที่เหลือ มีแต่ว่าทีมที่เล็กกว่า ขณะโปรแกรมที่เหลือของ แมนฯ ยูไนเต็ด ถือว่าหนักกว่าครับ เพราะว่ายังจะต้องพบทีมใหญ่อย่าง เชลซี, สเปอร์ส, อาร์เซน่อล รวมทั้งนัดหลงเหลือกับ แมนฯ ซิตี้ แถมผลงานในการพบทีมพิกัดใกล้เคียงกันไม่ค่อยโสภาสักเท่าไหร่ เพราะว่าพึ่งเอาชนะได้เพียงแค่ "น้องไก่" ทีมเดียวในฤดูกาลนี้
ด้วยเหตุดังกล่าวการหวังว่าจะได้อันดับ 4 บนตารางพรีเมียร์ลีก และก็ได้แชมป์ ยูโรปา ลีก ด้วยดูเหมือนเป็นอะไรที่เกินฐานะไปสักนิดว่าแล้วอาจจะจะต้องเลือกครับ เลือกไปทางใดทางหนึ่งแบบเต็มกำลัง เพราะว่ามันอาจจะยากที่จะเก็บคุณไว้ทั้ง 2 ตัว เอ๊ย! 2 คน
พรีเมียร์ลีก เหลืออีก 11 นัด ตามหลังอันดับ 4 อย่าง ลิเวอร์พูล 6 แต้ม แข่งขันน้อยกว่า 2 นัด ประตู-ได้เสียเป็นรองอยู่ถึง 8 ประตู แปลว่าถึงแม้ว่าจะชนะทั้ง 2 นัดในเกมหลงเหลือ แม้คิดจะแซงหงส์แดงก็จะต้องชนะคู่แข่ง 2 นัดรวมกันให้ได้มากยิ่งกว่า 8 ประตูและก็ไม่เพียงแต่ ลิเวอร์พูล ยังมีทีมอันดับ 5 อย่าง อาร์เซน่อล ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะต้องห้ำหั่นด้วย
แบบนี้เบนเป้าไปที่ ยูโรปา ลีก เต็มกำลังเลยดีกว่า เพราะว่าแม้เอาชนะ คอยสตอฟ ได้สำเร็จในเกมเมื่อคืนนี้วันพฤหัสฯ แม้จะไปให้ถึงตำแหน่งแชมป์ก็เหลืออีกเพียงแค่ 5 เกมแค่นั้น (2 เกมในรอบ 8 ทีม + 2 เกมในรอบตัดเชือก + 1 เกมในนัดชิงฯ)
แม้คิดจะเอาทั้ง 2 รายการ เป็นอันดับ 4 ด้วย แชมป์ ยูโรปา ลีก ด้วย นอกจากจะเกินฐานะแล้ว บางครั้งบางคราวมันอาจดึงกันเองจนกระทั่งพุ่งเข้าชนความไม่ประสบผลสำเร็จทั้ง 2 รายการ…ก็…เป็น…ได้
ทางที่ดีเดิมพันกับแชมป์ ยูโรปา ลีก ไปเลยดีกว่า ว่าและก็เอาค้อนปอนด์มา "ตีหม้อข้าว" ของตัวเองในพรีเมียร์ลีกทิ้งไปเลย!
เป็นไม่ต้องสนกับการแย่งชิงอันดับ 4 อีกต่อไปพลางทำใจสารภาพอันดับ 6 ของตัวเองว่ามันก็น่ารักดีแบบเดียวกันนะ แล้วมุ่งเน้นไปในเส้นทางสาย ยูโรปา ลีก เพียงแต่รายการเดียว เปรียบได้ดั่งการตีหม้อข้าวตนเองทิ้ง เพื่อเข้าตีฐานทัพของศัตรู หากไม่ชนะ หากยึดมิได้ก็จะไม่มีข้าวกินส์ เพราะว่าตนเองตีหม้อข้าวแตกหมดแล้ว ด้วยเหตุดังกล่าวจะต้องเอาชนะศัตรูหรือคว้าชัยชนะให้ได้เพียงแต่สถานที่เดียว
ย้อนกลับไปในปี 2005 ลิเวอร์พูล จากความคิดของกุนซือหนวด – ราฟาเอล เบนิเตซ ก็เคยใช้วิธีนี้ครับ เป็นตีหม้อข้าวตนเองทิ้งไปเลย โดยจัดทีมแบบไม่เต็มสูบในพรีเมียร์ลีก เพื่อเน้นย้ำใน แชมเปี้ยนส์ ลีก เพียงอย่างเดียว (จนกระทั่งถูกเพื่อนร่วมเมืองอย่าง เอฟเวอร์ตัน เอาอันดับ 4 ไปครอง)

ยุโรปในฝันเลสเตอร์

สัปดาห์ข้างหน้าเหล่าเกมฟุตบอลสมาคมยุโรปรอบ 8 กลุ่มสุดท้ายจะเริ่มทำการแข่งขัน โดยเหลือตัวแทนจากอังกฤษถ้วยละกลุ่ม เลสเตอร์ กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ความหวังไม่เหมือนกัน

แน่นอนว่า "สุนัขจิ้งจอกประเทศไทย" ไม่ใช่ตัวเต็งแชมป์ แต่การจับสลากพบ แอตเลว่ากล่าวโก มาดริด นับว่าได้โอกาสไม่น้อยในการลุ้นเข้านรอบตัดเชือก ชปล.

ฉะนั้นเกมนัดแรกคืนวันพุธนี้รับรอง เลสเตอร์ ใส่สุดชีวิตแน่ เป็นนัดหมายแห่งฤดูกาลที่ต้องลุ้นเอาชัยชนะแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ

ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด เป็น "เต็ง1" ยูโรป้า ลีก จับสลากพบ อันเดอร์เล็ทช์ ได้โอกาสเข้ารอบรองฯ ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ พยุงสถลาณการณ์ให้ดีเถอะ ถ้วยใบนี้มีความหมายเป็นอย่างยิ่งต่อภูติผีปีศาจแดง

1. เส้นทางลัดสู่ ยูฟ่า แชมป์เปียนส์ ลีก ปีถัดไป

2. แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่เคยได้แชมป์รายการนี้มาก่อน นี่เป็นถ้วยใบเดียวที่ยังขาดในตู้โชว์ นอกจากนั้นได้มาหมดแล้ว

เป็นงานท้าทายความรู้ความเข้าใจของ โชเช่Fun88มูรินโญ่ จริงๆครับ เพราะสถานการณ์ในตารางพรีเมียร์ลีกไม่ดี อาจไม่ติด1ใน4อันดับแรก ฉะนั้นจึงต้องลุ้นแชมป์ถ้วยใบนี้สถานเดียว

เกมพรีเมียร์ลีกที่บ้าน ซันเดอร์แลนด์ อาทิตย์นี้ แมนฯ ยูไนเต็ด อาจลุ้นอีกเฮือกนึงเป็นเกมชี้ชะตาเป็นถ้าพลาดอีกจากนี้เป็นต้นไปอาจไม่เต็มร้อยปล่อยหลุดมือบ้าง เพื่อเก็บความสดเอาไว้บดคู่ปรปักษ์ในเวทียุโรปดีกว่า โบนัสมันไม่เหมือนกัน

จะเห็นได้ว่าทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด แล้วก็ เลสเตอร์ ต่างมีเป้าหมายในเวทียุโรปที่แตกแต่างกัน บังเอิญวันอาทิตย์นี้ต้องลงไปในสนามเล่นเป็นกลุ่มเยี่ยมด้วยกันทั้งสองสุนัขจิ้งจอกประเทศไทยก็ต้องไปเยี่ยม เอฟเวอร์ตัน น่าเป็นห่วงเรื่องผลของการแข่งขันนัดหมายนี้อยู่เหมือนกันแฮะ

แต่ การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกปลายฤดูกาลนี้ยังคงมีประเด็นให้ต้องถกกันต่อไป เมื่อช่องว่างคงเหลือ 7 คะแนน สเปอร์ส อาจเป็นกลุ่มเดียวที่ได้โอกาสยื้อแชมป์กับ เชลซี เหลือการแข่งขันอีก 8 นัดหมาย โค้งสุดท้ายมาถึงแล้ว

เสาร์นี้ สเปอร์ส ลงเตะก่อนแถมเล่นในบ้าน ถ้าชนะก่อนที่จะลดช่องว่างเหลือ 4 คะแนน กดดัน เชลซี นิดๆเพราะสิงห์บลูต้องออกนอกบ้านไปเยี่ยม บอร์นมัธ ไม่ใช่เกมง่ายซะทีเดียว

ถ้าหากผลของการแข่งขันระหว่าง 2 กลุ่มนี้สวนทางกันอีกอาจเปลี่ยนเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที ไม่ว่าจะพลิกไปทางไหน

เมื่อกลางสัปดาห์ทั้ง 2 กลุ่มต่างเก็บความมีชัยมาได้เหมือนกันเป็น 3 คะแนนที่น่าทึ่งทั้ง เชลซี แล้วก็ สเปอร์ส ขนาด เป๊ป กวาร์ดิออล่าว์ ยังยอมยกธงขาวในการไล่ล่าแชมป์ไปแล้ว

ไม่ยอมได้ยังไงล่ะ! แมนฯ ซิตี้ คะแนนตามหลัง เชลซี 14 แต้ม ไล่อย่างไรก็ไม่มีทางทัน เพราะเหลือ 8 เกมเสมอกัน

จิ้งจอกสยาม พบ แมนฯยูฯ


        ''แชมป์เก่า'' เลสเตอร์ ซิสตี้ตี้ ต้อนรับการมาเยือนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นบิ๊กแมตช์ที่น่าดึงดูดอีกหนึ่งคู่ในสัปดาห์นี้
สถานะการณ์ทั้งคู่กลุ่มที่แตกต่างทำให้พนันเกมนี้ข้นคลั่ก

"เดอะ ขัดส์" อยู่อันดับ 16 มี 21 คะแนนห่างจากโซนตกชั้นเพียงแค่ 2 นอกเหนือจากนั้นอันดับท้ายที่สุดของตารางคะแนนคือซันเดอร์แลนด์ห่างเลสเตอร์เพียงแค่ 5 แต้ม นั่นถือได้ว่าช่องว่างระหว่างพวกเขากับโซนตกชั้นมีความห่างไม่มากไม่น้อยเลยทีเดียวอะไร

ไม่ใช่เพียงแค่อันดับ 18 อย่างคริสตัล พาเลส แค่นั้นที่พร้อมแซงพวกเขา ตรงกันข้ามทั้งฮัลล์ ที่บุกไปกระทั่งถึงเสมอแมนฯยูฯ และแมวดำได้โอกาสลดช่องว่างในกรณีที่เลสเตอร์เสียท่าแพ้ในเกม มันเริ่มจากเกมนี้เมื่อจัดการแมนฯยูฯ

ในทางเดียวกัน "อสุรกายแดง" กลุ่มที่รองประธานชมรมเลสเตอร์ สิตี้ เป็นแฟนๆมานาน บุกมาคิง พาวเวอร์ ท่องเที่ยวนี้ไม้่มีหนทางเท่าไรนัก ถ้าหากหวังพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก ภายหลังเสียท่าเสมอฮัลล์ สิตี้ อย่างน่าผิดหวัง

อันดับก็ไม่ขยับอยู่ที่ 6 มานานเต็มทน โดยเหตุนั้นเกมนี้จำเป็นต้องบุกมาสอยเลสเตอร์ค้างบ้านให้ได้ มิเช่นนั้นช่องว่างอันโดนยืดและพวกเขาก็อยู่อันดับหกต่อไป

สถานะการณ์ที่ต้องการชัยทั้งคู่กลุ่มแบบนี้….ผมว่าเกมนี้แฟนบอลได้กำไร ไม่มีเล่นเกมแทกติเตียนก ดึงเกม เพราะว่าผลเสมอไม่ดีต่อทั้งคู่กลุ่มแน่นอน

ว่ากันถึงเจ้าบ้านขณะนี้ เคลาดิโอ รานิเอรี เผชิญหน้ากับปัญหายิ่งใหญ่ ไม่ใช่เพราะว่าคนมุ่งมาดเรื่องแชมป์เก่า นั่นมันคือเทพนิยายที่จบไปแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือพวกเขาแปลงเป็นกลุ่มที่จำเป็นต้องลุ้นเรื่องอยู่รอดไหมรอดในพรีเมียร์ลีก

แม้นักเตะได้ขวัญกำลังใจจากท่านเจ้าคุณธงชัย ที่ให้พรว่าเลสเตอร์ไม่ตกชั้น แต่ตอนนั้นสถานะการณ์มันสุ่มเสี่ยงมาถึงจุดนี้แล้ว จะร้อยเปอร์เซนต์อาจจะมิได้ นักเตะจำเป็นต้องสู้เต็มที่เพื่อความอยู่รอดปลอดภัยในลีกสูงสุด

มองคะแนนแล้วเลสเตอรา์เก็บได้ 21 แต้มจาก 23 เกม เป็นตัวเลขที่ชั่วร้ายที่สุดในฐานะแชมป์เก่าที่ลงเล่นซีซั่นต่อมา ที่สำคัญฟอร์มตกแบบสุดๆมันเกิดขึ้นด้วยสถิติที่ว่าไม่ยิงประตูผู้ใดกันแน่มาสี่นัดติดต่อกันเป็นครั้งแรกนับหมดยุคหมดสมัย ไนเจล เพียร์สัน เมื่อ เดือนพฤศจิกายน 2014

ยุค เพียร์สันเมื่อสามปีก่อนนั้นไม่ยิงผู้ใดกันแน่ 5 นัดติดต่อกัน

อีกทั้งเกมนอกคิง พาวเวอร์ ในปีนี้แปลงเป็นจุดบอดของเลสเตอร์ ไปแล้ว พวกเขายังแพ้ผู้ใดกันแน่นอกบ้านเลยในลีกเก็บได้ 3 แต้มจากผลเสมอ 3 นัดหมายนอกจากนั้นแพ้เรียบ คิดเฉพาะตารางนอกบ้านเลสเตอร์ อยู่อันดับ 19 คืออันดับตกชั้น

ยังดีที่ คิง พาวเวอร์ ยังมีพาวเวอร์ให้นักเตะได้ฝ่าสู้ พวกเขาได้ 18 แต้มในบ้าน อันดับคะแนนเฉพาะในบ้านอันดับ 10 อยู่รอดปลอดภัยสบายๆถ้าไม่คิดมากเล่นในบ้านจำเป็นต้องชนะให้เป็นประจำเข้าไว้ พวกเขาได้โอกาสรอดพ้นการตกชั้น

อันนี้เป็นสูตรรากฐานของกลุ่มที่ลุ้นรอดไม่รอดในแต่ละปี

เกมในบ้านดี มีแต้มตลอด แบบนี้ไม่ตกชั้นแน่นอนการันตีได้เลย หลายทีมใช้สูตรนี้บรรลุเป้าหมาย มาแล้วทั้งหมด

ปัญหาของ รานิเอรี ยังคงมีอีกหนึ่งเรื่องคือภาวะกลุ่มของพวกเขาที่แม้จะใหญ่ขึ้น มีเงินทุ่มซื้อนักเตะเยอะขึ้นเรื่อยๆ กลับปรากฏว่านักเตะค่าจ้างแพงดีกรีระดับกลุ่มชาติหลายท่าน กลับมิได้ช่วยกลุ่มและเล่นไม่เข้าระบบอะไรเลย

ต่างจากโนเนมทั้งหลายที่เล่นกับกลุ่มมาตลอดยุค รานิเอรี กลับทำได้ดีมากยิ่งกว่าเด่นชัด

การที่นักเตะใหม่ประสิทธิภาพสูงๆไม่อาจจะเล่นได้ดิบได้ดีนั้น เป็นปัญหาที่ทำให้ รานิเอรี ปวดศีรษะเฉพาะในลีก ซึ่งตรงกันข้ามกับชปล. ที่พวกเขาสร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบนอคเอาต์ได้เร็ว ทั้งที่พึ่งแข่งชปล. เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชมรม

จุดนี้…รานิเอรี จำเป็นต้องรีบปรับปรุง เพราะว่าช่วงเวลากลางเดือนชปล. จะมาบวกอีกสองนัดหมาย นี่ยังมีเกมเอฟเอ คัพ รีเพลย์ให้เมื่อยล้าเล่นอีกหนึ่งเกม โดยเหตุนั้นแต้มจำเป็นต้องมา จำเป็นต้องได้ ชัยจำเป็นต้องบังเกิด จะเริ่มในเกมกับแมนฯยุยงไนเต้ดเลยมั้ย

ผมคิดว่า…ถ้าพวกเขาชนะอสุรกายแดงได้ ความเชื่อมั่น เชิงจิตวิทยาจะมาเพิ่มมากยิ่งกว่าสามคะแนน

รานิเอรี เองก็ต้องการกระตุ้นลูกทีมให้ฝ่าสู้กับแมนฯยูฯ และเน้นชัยหรืออย่างชั่วร้ายเสมอแมนฯยูฯ ก็ไม่เสียหายอะไร ช่องว่างบางทีอาจถูกลดน้อยลง แต่ชั่วโมงนี้แต้มเดียวก็จำเป็นต้องเอาแล้วละครับ อย่าคิดเป็นแบบอื่น

แล้วเกมนี้ รานิเอรี จะจัดกลุ่มของเขาเช่นไรดี

ปีนีจำเป็นต้องสารภาพว่าเว้นแต่ปัญหาเรื่องกลุ่มที่ใหญ่ขึ้นกลับเล่นในลีกได้ห่วยลง ส่วนหนึ่งส่วนใดก็มาจากการที่พวกเขามี ริยาด ยักษ์เรส เป็นหัวหอกเกมรุกมาตลอดหนึ่งปีที่ได้แชมปฺ ปีนี้ ยักษ์เรส โดนจับทางได้ ตัวเขาเองก็ไม่อัศจรรย์ราวกับปีที่แล้ว

เกมรุกเลยขาดความน่าสยดสยองลง…ประกอบกับ เจมี วาร์ดี ก็ไม่ได้โอกาสรับบอลสวยๆและหลายทีมเล่นกับเลสเตอร์ก็ไม่บุกมาก เน้นเชิง ตั้งรับคอยสวนเช่นเดียวกันเลยแปลงเป็นงานยากไปสำหรับเลสเตอร์

มันเป็นปัญหาที่มารวมตัวกันจนทำให้ รานิเอรี ปวดศีรษะ แต่อย่างไรก็ดีมั่นใจว่า รานิเอรี คงจะยังใช้ขุมกำลังเก่าสู้กับแมนฯยูฯ คือเอานักเตะชุดเก่าๆเป็นแกน แนวรับไม่ต้องบอกหลับตานึกภาพออกสำหรับ 5 ด่านหลังของพวกเขา รวม ชไมเคิล ด้วย

กลางรับ ดินแดนนี ดริงค์วอเตอร์ คุมเกมพร้อมกับ เอนดิดี และ อัลไบรท์ตัน ส่วนแนวรุกสามคน วาร์ดี, ยักษ์เรส และ เดมาไร เกรย์ ในระบบ 4-3-3 สังเกตให้ดี โอกาซากิ ปีนี้ตกเป็นตัวสำรองบ่อย

รานิเอรี ไม่น่าจะเน้นเกมรุกสู้แมนฯยูฯ แน่นอน การตั้งรับจะแบบไหนอีกหนึ่งเรื่องครับ

รับลึกหน้าเขตโทษหรือเต็มพื้นที่ในดินแดนตนเอง คุมโซน คอยดักจังหวะ ผีพลาดแล้วสวนกลับ ปล่อยให้ กลุ่มมูรินโญ เซตบอลบุกเข้าหา แทกติเตียนกของ รานิเอรี คงจะออกมาแบบนี้ เพราะว่าอย่าลืมว่านัดปัจจุบันโดนสอยเลอะเทอะที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด 4-1

มั่นใจว่าในบ้าน รานิเอรี ไม่ต้องการให้แมนฯยูฯ เล่นกับพวกเขาได้แบบงั้นอีก

ด้วยเหมือนกันครับปีนี้พบแมนฯยูฯ ตั้งแต่ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ และพรีเมียร์ลีก แพ้ 2 นัดหมาย แต่นั่นไม่ใช่ที่บ้านของเลสเตอรฺ์ โดยเหตุนั้นเฉพาะหน้าแฟนตนเองเกมนี้ จะปล่อยให้เป็นนัดหมายลำดับที่สามติดต่อกันต่อผีแดงมิได้โดยเด็ดขาด

มันจะต้องมีอะไรพิเศษแงะมาสู้…นั่นคือเกมรับแล้วคอยสวนซึ่งพวกเขามีทีเด็ดอยู่แล้ว

ทางฝั่งแมนฯยูไนเต็ด ของ มูรินโญ โดนแฟนบ่นยับหลังเสมอฮัลล์ สิตี้ 0-0 ทำให้่อันดับไม่ขยับ ทั้งๆที่กรุ๊ปบนพลาดหลุดเสมอกับแพ้ พวกเขาแข่งคราวหน้ากลับไม่อาจจะฉกฉวยโอกาสนั้นเอาไว้ได้

ยังแช่อยู่ที่ 6 ต่อไป

เกมนี้ มูรินโญ คงจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นอีกคราวหลังจากนัดหมายก่อนที่จะว่าไปก็พลาดเช่นเดียวกันที่ไม่มี เฟลไลนี ลงในสนาม แม้แต่ชื่อสำรองก็ไม่มี ข่าวสารก็มิได้บอกว่าเจ็บอะไร แต่ทำไมมิได้ลงเล่นทั้งๆที่ ฟู ยังเพียงพอมีคุณประโยชน์ต่อเกมที่มันตื้อๆแล้วทำอะไรคู่แข่งมิได้

นัดหมายนี้เชื่อเลยว่า เฟลไลนี จะกลับมาเล่นตัวจริง เช่นเดียวกันกับตัวรุกอีกคนหนึ่งคือ มาร์กสิยาล ส่วนนักเตะที่แฟนผีต้องการมองเห็นลงในสนามมากที่สุด แต่ มูรินโญ อาจจะไม่ใช้คือ บาสเตียน ชไวน์สไตนร์

ไม่ทราบดีว่าโกรธเคืองอะไรนักหนา…

ชไวนี พิสูจน์ให้มองเห็นแล้วว่าเขาเองมืออาชีพ ทั้งๆที่นักเตะระดับเขาผ่านเกม ผ่านการบรรลุเป้าหมายมากยิ่งกว่า ไมเคิล คาร์ริค ด้วยซ้ำ อายุก็น้อยกว่า จะบอกว่าเก่งกว่าก็ได้อยู่ครับ แต่ มูรินโย กลับมองข้าม

ให้เล่นเพราะว่าในช่วงเวลานี้กองกลางไม่มีผู้ใดเหลือแล้ว เมื่อขาย มอร์แกน ชไนเดอลิน ออกไปจากกลุ่ม

ชไวนี ยังมีคุณประโยชน์กับเกมระดับนี้ และเขาเองมืออาชีพ ซุ่มฝึกกับกลุ่ม ไม่คิดย้ายกลุ่มไปไหน ต้องการพิสูจน์ตนเองว่ามีคุณประโยชน์กับกลุ่ม แต่ มูรินโญ กลับไม่เลือก ให้เล่นแบบเสียมิได้ จำเป็นต้องมองว่านัดนี้จะใช้ไหม (อาจจะไม่ใช้)

ดูแล้วการจัดตัวอาจจะออกมาเป็น คริส สมอลลิง กับ มาร์กอส โรโฮ, บลินด์, วาเลนเซีย กลางก็ เฟลไลนี, คาร์ริค, ป๊อกบา พร้อมกับ มคิทาร์ยาน, มาร์กสิยาล และ อิบราฮิโมวิช มั่นใจว่านัดหมายนี้ มาร์กสิยาล คงจะได้โอกาสลงเล่นตัวจริง ถ้าไม่ใช่ก็ ฆวน มาต้า

มูรินโญ อาจจะจำเป็นต้องอ่านไต๋ของ รานิเอรี ออกว่าแม้เป็นเจ้าบ้านแต่ไม่น่าบุก เน้นเกมโต้กลับเพือหวังผลจู่โจมหักหลังแมนฯยูฯ โดยเหตุนั้นเขาถูกบีบให้จำเป็นต้องบุก ก็อาจจะบุกแบบไม่ผลีผลาม และหวังจู่โจมริมเส้น รวมถึงใช้ลูกตั้งแต่ ลูกครอสให้มีคุณประโยชน์มากที่สุด

มี เฟลไลนี อยู่แล้วไม่ต้องกลัว

แม้..เลสเตอร์ มีคู่คิด ฮูธกับ มอร์แกน ที่เล่นลูกกลางอากาศดี แต่แบกสองข้างของเลสเตอร์ ก็มิได้เล่นลูกกลางอากาศได้ดิบได้ดีเท่า มั่นใจว่าการจู่โจมของ มูรินโญ ถ้าเน้นภาคพื้นอากาศ เขาคงจะเลือกเสาสองและเสาแรกเป็นหลัก มากยิ่งกว่าบอมเข้าไปแถวจุดโทษ

ไม่ว่าจะเป็นเตะมุม, ฟรีคิก หรือการเปิดบอลจากข้างๆ กล่าวอีกนัยหนึ่งมันจำเป็นต้องให้่ผ่านหัว ฮูธ กับ มอร์แกน โดย อิบราฮิโมวิช เป็นตัวหลอก หรือมิเช่นนั้นก็วัดกันไปเลย ทั้งอิบรา, เฟลไลนี ซึ่งก็สู้ได้อยู่ครับผม ถ้าแย่งโหม่งกัน

ที่เน้นตามมาคือบอลจังหวะสอง ในกรณีที่ คู่เซนเตอร์เลสเตอร์ ชิงโหม่งได้ บอลหลุดออกมาพื้นที่อันตราย ผู้เล่นแถวสองของผีแดง จำเป็นต้องมีส่วนช่วยเก็บบอล หนุนไปใหม่หรือเซตบอลเพื่อหาจังหวะยิงประตู

หมากของ มูรินโญ คงจะออกมาแบบนี้

บอลข้างๆ ครอสเข้ามาจะใช้มากและเน้นเซตพีส เพราะว่าดูแล้วเจาะตรงกลางแน่นแน่ เลสเตอร์ รับเต็มพิกัด

ส่วนแฟนผีก็จำเป็นต้องลุ้นหัวข้อการจบสกอร์ของพวกเขาว่าจะเด็ดขาดมากน้อยแค่ไหน เพราะว่าปัญหาตอนนั้นไม่ใช่เรื่องอื่นใด นอกจากไปจากการยิงประตูของพวกเขาที่จำเป็นต้องเฉียบขาดมากยิ่งกว่านี้ ไม่ใช่ทิ้งขว้างจังหวะทองคำ

พยัคฆ์ร้ายคืนสังเวียน

รู้ข่าวมาสักระยะแล้วครับว่ามี "เสือ" ตัวหนึ่งกำลังก่อกวนอยู่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส สร้างความทุกข์ร้อนให้ราษฎรใน ลีก เอิง อย่างจงหนัก

แต่ก็มิได้ตื่นเต้นจั๊กแหล่นหรือตกตะลึงอะไรมากมาย ด้วยคิดว่า ลีก เอิง เป็นสมรภูมิลำแข้งที่อุดมด้วยกลุ่มที่มีความอู๊ดดี้สูง หรือเอาง่ายๆว่า "หมู" นั่นแหละ

ข่าวการระเบิดตาข่ายแบบถล่มทลายในศึก ลีก เอิง ของกองหน้าระดับดาวดังคนหนึ่งจึงไม่ใช่เรื่องน่าอัศจรรย์อะไร

ขนาด มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่กลายร่างเป็นสากแข็งทื่อๆทิ่มดาร์กซ์ผู้ใดกันแน่ก็มิได้เมื่ออยู่ในพรีเมียร์ลีกยังยิงกระจัดกระจายได้เลยคุณ!

หลักฐานสำคัญเป็นผู้เล่นชนิดดาวซัลโวตีนพระกาฬจากลีกสูงสุดของประเทศฝรั่งเศสชอบประสบพบปัญหา ผลิตสกอร์ได้ไม่กระจัดกระจายดังเดิมในสมรภูมิลำแข้งที่ฮาร์ดคอร์ยิ่งกว่าอย่างพรีเมียร์ลีก

ตัวอย่างเช่น มารูอาน ชามัค, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ หรือ บาเฟตำหนิมบี้ โกมิส รวมทั้งรุ่นเก่าๆอย่าง สเตฟาน กีวาร์ซ หรือ ฌิบริล สิสเซ่

เมื่อมาตะบันลำแข้งในลีกที่มาตรฐานสูงมากขึ้น ระดับความยากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ – ปริมาณประตูก็ลดลงตามกฎระเบียบ

อนึ่ง ขออนุญาตเว้นเสียแต่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่อยู่เหนือกฏเกฌฑ์ข้อนี้

ฤดูกาลนี้ ราดาเมล ฟัลเกา ลงเล่นให้ โมนาโก ใน ลีก เอิง ไปแล้ว 20 นัด โดยกระหน่ำไปแล้วถึง 16 ดอก

ค่าเฉลี่ยในการทำลายตาข่ายให้หมดสิ้นนับว่าสูงมากครับ แต่ก็อย่างที่บอกนั่นแหละว่าบางโอกาสอาจเกิดขึ้นจาก ลีก เอิง นั้นมีอัตราความอู๊ดดี้สูงมากกว่าที่จะแสดงอาการร้องวี้ดว้ายอะไรออกมา

การอยู่กับกลุ่มที่อุดมด้วยดาวดังอย่าง โมนาโก แถมจัดเป็นกลุ่มที่อยู่สูงสุดของห่วงโซ่อาหารของ ลีก เอิง ในฤดูกาลนี้อาจมีส่วนช่วยเหลือรวมทั้งเกื้อหนุนให้ "พี่เสือ" ถล่มประตูแบบเป็นกอบเป็นกำ…ก็..เป็น..ได้

กระทั่งเมื่อคืนวันอังคารก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

วลีไทย "สิบขว้างกว่าไม่เท่าตามองเห็น" ก็ทำหน้าที่ของมันอย่างเคร่งครัดอีกที

แมนฯ ซิตี้ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ โมนาโก ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 กลุ่มท้ายที่สุด นัดแรก ท่านผู้ชมทางบ้านอย่างผมจึงได้มองเห็นฟอร์มการเล่นของ ราดาเมล ฟัลเกา แบบเต็มๆอีกที นับตั้งแต่เดินคอตกออกจากชุดแต่งกายปีศาจร้ายแดง ข้างหลังจบฤดูกาล 2014-15 ก่อนที่จะเจอข้อเท็จจริงว่าพี่เสือกลับมาแล้ว

กองหน้าวัย 31 ผู้นี้กระชุ่มกระชวยขึ้นเยอะเลยทีเดียวนะครับ

ราดาเมล ฟัลเกา ทำเป็น 2 ประตูในเกมนี้

ประตูแรกจากการทะยานเข้าไปขวิดลูกตุงตาข่าย ซึ่งชี้ให้เห็นถึงสัญชาติญาณของนักล่ารวมทั้งวิญญาณของเพชฌฆาตที่กลับมาสิงร่างอีกที

ส่วนประตูที่ 2 จะต้องใช้คำว่า "เหนือดุจเทพ"

พี่เสือมึงเล่นงานป้อมปราการข้างหลังค่าจ้างเกือบ 50 ล้านปอนด์อย่าง จอห์น สโตนส์ จนกระทั่งเสียหมา ก่อนบรรจงชิพข้ามหัวผู้เฝ้าประตูของ แมนฯ ซิตี้ อย่างเหนือชั้นสุดๆ

แม้จะฆ่าจุดโทษพลาดไปแบบกล้วยๆแถม โมนาโก เป็นข้างปราชัย แต่ก็เพียงพอจะผ่อนผันได้ว่า ราดาเมล ฟัลเกา กลับมาเป็นสุดยอดดาวถล่มประตูราวกับที่ตัวเขาเองเคยเป็นอีกที

คิดแล้วหลังจากนั้นก็เสียดายจัง อิอิอิ

ทวนเข็มนาฬิกากลับไปสักราวๆ 4-5 ปีที่ผ่านมา

ณ จุดนั้น ราดาเมล ฟัลเกา ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์หน้าตีนวางอันดับที่หนึ่งของโลก (รวมทั้งดาวอังคาร)

2 ฤดูกาลที่เป็นโคตรเพชฌฆาตให้ แอตเลตำหนิโก มาดริด กองหน้ากลุ่มชาติโคลอมเบียผู้นี้ไล่ถล่มประตูคู่ปรับไปถึง 70 ดอก

นั่นนำมาซึ่งการทำให้โคตรมหาเศรษฐีกลุ่มหนึ่งอย่าง โมนาโก จะต้องเอาฟ่อนแบงค์ไปห่อตัวเขาออกมาจากกลุ่มยี่ห้อหมีหน่วยรบเฉพาะกิจ

ฤดูกาล 2013-14 ภายหลังที่ลงเล่นให้ โมนาโก ไป 19 นัด โดยกระหน่ำไป 11 ประตู "เอล ตำหนิเกร" ก็มีอันจะต้องเจ็บอย่างจงหนัก นอกเหนือจากจะอดลงเล่นในศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล ยังถูกลักพาตัวไปจากฟลอร์ต้นหญ้าเป็นเวลากว่าครึ่งปีเลยทีเดียว

หายเจ็บกลับมาก็เปลี่ยนเป็นข่าวใหญ่ เมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด ตกลงขอยืมตัว ราดาเมล ฟัลเกา มาจาก โมนาโก มาใช้งานด้วยค่าตอบแทนอันอย่างใหญ่โต ท่ามกลางความปรีด์เปรมรื่นรมย์ของผู้ขายวิญญาณให้ปีศาจร้ายแดงทุกหมู่เหล่าที่พากันซอกซอยบั้นเด้ายิกๆๆๆๆๆๆโทษฐานที่กลุ่มตัวเองได้ดาวยิงอันดับที่หนึ่งของโลกมาเป็นหน่วยล่าฆ่า

แต่ก็อย่างที่เข้าใจกันดีอยู่แล้วนั่นแหละนะครับ

ฤดูกาล 2014-15 "พี่เสือ" ลงเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปทั้งผอง 29 นัด โดยยิงได้เพียงแค่ 4 ประตูเพียงแค่นั้น

อย่าว่าแต่ถล่มตาข่ายเลยนะครับ เพียงแค่จับบอลยังไม่ค่อยจะอยู่เลย

จากเสือร้ายเปลี่ยนเป็นจุ้นระบากชัดๆ(โถ…พ่อคุณ)

สภาพร่างกายนี่แหละคือปัญหาใหญ่ ราดาเมล ฟัลเกา พึ่งกลับมาจากอาการป่วยแข้งอย่างมาก แถมห่างเหินจากการเริงระบำบนฟลอร์ต้นหญ้าไปนานเกินกว่าที่จะปรับสภาพให้กับสมรภูมิลำแข้งที่มีทั้งความรวดเร็วรวมทั้งเอาจริงเอาจังมากอย่างพรีเมียร์ลีก

เมื่อเล่นมิได้ รวมทั้งยิงมิได้ – ความเชื่อมั่นก็เริ่มถดถอย ยิ่งยิงมิได้ ความเชื่อมั่นก็ยิ่งหาย

ฤดูกาลแรกของเขาในเครื่องแต่งกายปีศาจร้ายแดงนับว่าล้มเหลวไม่เป็นท่า

ถ้าเกิดเราเชื่อว่า ราดาเมล ฟัลเกา เป็นสุดยอดดาวยิงระดับตีนมหาวินาศคนหนึ่งในโลกลูกหนัง เพียงแค่เขาพึ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บสาหัส สภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อย – แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะให้เวลาเขาปรับนิสัยอีกสักระยะพลางเสี่ยงเดิมพันอีกสัก 1 ฤดูกาล

แต่ภายหลังคำนวณดูแล้ว หลุยส์ ฟาน กัล คงคิดว่ามันเสี่ยงเหลือเกินจึงตกลงใจไม่ต่อสัญญา ด้วยประเมินว่ากองหน้าผู้นี้เป็นผู้เล่นที่หมดสภาพ

ทันใด เชลซี ในฐานะแชมป์พรีเมียร์ลีกก็โผล่เข้ามาแสยะยิ้มสยอดสยดสยอง

เข้าใจว่าที่ปรึกษาของกลุ่มสิงห์บลูส์ ณ ในขณะนั้นอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ คงอยาก "ลองของ" ประมาณว่าหมูไม่กลัวน้ำร้อน แถมยังได้กวนตีนปีศาจร้ายแดงไปในตัวอีกต่างหาก เป็นแกใช้ไม่ได้ใช่ไหม ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราใช้ให้ดูเอง

ฤดูกาลที่แล้วลงเล่นให้ เชลซี ทั้งผองเพียง 12 นัด (ทุกรายการ) โดยทำเป็นเพียงแค่ประตูเดียว

ใครบางคนจึงรำพึงรำพันอยู่คนเดียว "ถุย!…นึกว่าจะแน่"

ราดาเมล ฟัลเกา แทบไม่ต่างอะไรจากเสือแก่ที่สายตาฝ้ามัว-เขี้ยวเล็บผุกร่อน แถมเป็นเสือลำบากที่โดนลูกกระสุนพรานจนกระทั่งเจ็บอีกต่างหาก

"เสือลำบาก" ที่หมดสภาพอย่างงี้ไล่ล่ากระทิงหรือกวางใหญ่ในไพรไม่ไหวหรอกนะครับ

จับกินได้ก็แต่น้องหมาของราษฎรเพียงแค่นั้น!

จบฤดูกาล 2015-16 อดีตดาวยิงตีนวางอันดับที่หนึ่งของเมืองมนุษย์ผู้นี้จึงไม่เป็นที่ต้องการของ เชลซี อีกต่อไป รวมทั้งยักษ์ใหญ่กลุ่มอื่นๆด้วยจนกระทั่งจะต้องซานซมกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ โมนาโก อีกที

สารภาพตามจริงว่าผมไม่คิดว่า ราดาเมล ฟัลเกา จะกลับมาอยู่ในฟอร์มอันสุดยอดของตนเองอีกที เนื่องจากดูมุมไหนก็พบว่ามันผ่านไปหมดแล้ว เขาผ่านจุดสูงสุดของตนเองเป็นที่เป็นระเบียบ

ฤดูกาลนี้พี่เสือยิงประตูแรกให้ตัวเองได้สำเร็จในเกมที่ 2 ของ ลีก เอิง ซึ่ง โมนาโก ถล่ม แรนส์ ไปด้วยสกอร์ 3-0

นับตั้งแต่นั้นก็เริ่มผลิตสกอร์ได้เรื่อยโดย 9 นัดแรกที่เล่นให้ โมนาโก ในฤดูกาลนี้ พี่เสือมึงยิงได้ถึง 7 ประตู

เมื่อกระหน่ำตาข่ายได้โดยตลอด ความเชื่อมั่นก็คืนกลับมาอีกที เหมือนกันกับสภาพร่างกายที่บริบูรณ์มากยิ่งขึ้น

เกมปัจจุบันที่ เอตำหนิฮัด สเตเดี้ยม ดาวยิงวัย 31 ผู้นี้กดไปอีก 2 ดอกดังที่อธิบายเป็นตัวหนังสือไปนั่นแหละ (ผู้ใดกันแน่มิได้ดูถ่ายทอดสดก็ไปหาดูในคลิปเอาแล้วกัน) พอๆกับว่าฤดูกาลนี้ลงเล่นไปแล้ว 26 นัด (ทุกรายการ) โดยทำเป็น 21 ประตู

เหนือกว่าสถิติการยิงประตูที่เป็นตัวเลข เป็นฟอร์มการเล่นที่พึ่งมองเห็นแบบใหม่ๆนี่แหละนะครับ

สัมผัสได้ถึงความกระชุ่มกระชวยอย่างกับเสือชายหนุ่มที่สามารถสืบพันธุ์ได้วันละ 200 ดอก นั่นเป็นเหตุผลที่พูดว่าเพราะเหตุไรถึงมีความเห็นว่า "ของลับของเสือตัวผู้" เป็นสุดยอดยาบำรุงความสามารถทางเซ็กซ์จนกระทั่งเปลี่ยนยอดเยี่ยมในมูลเหตุให้สัตว์ป่าจำพวกนี้ใกล้สูญพันธุ์

กว่าครึ่งปีครับที่ ราดาเมล ฟัลเกา นอนแทรกกับอาการเจ็บ บวกกับอีก 2 ฤดูกาลเต็มๆที่มานะหาทางกลับออกมาจากเขาวงกตแห่งความรันทดอดสู

ในที่สุดก็ทำสำเร็จ – มองเห็นอย่างงี้แล้วหลังจากนั้นก็รู้สึกดีครับ

นี่เป็นแบบอย่างชั้นดี แถมเป็นกรณีศึกษาว่า…มนุษย์เรา ถ้าเกิดมีความขยันหมั่นเพียรรวมทั้งมานะโดยไม่ท้อแท้หรือหดหู่ใจไปซะก่อน คนที่เคยเป็น "เสือ" ก็มีสิทธิ์กลับมาเป็น "เสือ" ดังเดิมได้อีกที

…ว่าแล้วหลังจากนั้นก็ให้รำลึกถึงดาวเตะอีกคนที่อายุ 31 เท่า ราดาเมล ฟัลเกา ที่กำลังจะยอมแพ้หนีไปค้าลำแข้งพลางโกยเงินในเมืองจีนดีกว่า เนื่องจากว่าเดี๋ยวนี้ตัวเองไม่มีที่ลงในกลุ่มตัวจริงของปีศาจร้ายแดง

ในที่สุดค้อนปลดแอกซะที

จะดี-ร้ายสักเพียงใด เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ก็น่าจะมีที่ยืนในสังคมพรีเมียร์ลีกฤดูหน้าถัดไป ข้างหลังพึ่งกำชัยล้ำค่าในเกมพนันแต้มไป-กลับเมื่อวันเสาร์ก่อนหน้าที่ผ่านมา
ชัยชนะเหนือสวอนซี ซิตี้ จากประตูโทนของ เชคู เรายาเต้ ได้ส่งให้ทีมขุนค้อนของ สลาเวน บิลิช หายใจโล่งคอขึ้นเยอะในชั้น 14 ของตารางคะแนน เหนือสิ่งอื่นใดยังดีดตัวทิ้งห่าง "หงส์ขาว" คู่ต่อสู้ในสนามเมื่อวันวานไปไกลถึง 8 แต้มอีกต่างหากจึงถือเป็นแมตช์เป็นอิสระสำหรับชาว "เดอะ แฮมเมอร์ส" อย่างแท้จริง ข้างหลังพบเจอช่วงเวลาย่ำแย่สุดชี้แจงแพ้ในลีก 5 นัดหมายรวด ไล่ตั้งแต่พ่ายแพ้เชลซี 1-2, บอร์นมัธ 2-3, เลสเตอร์ 2-3, ฮัลล์ ซิตี้ 1-2 และอาร์เซน่อล 0-37 เกมต่อเนื่องกันไม่ชนะคนไหนกันแน่ ได้แค่ 2 แต้มจากผลเสมอเวสต์บรอมวิช 2-2 และวัตฟอร์ด 1-1ย้อนไกลกว่านั้น 9 แมตช์ล่าสุดได้เฮเพียงอันเดียวจากทริปลุยใต้ไปตีเซ่าธ์แฮมป์ตัน 3-1
เพลานี้สภาพอากาศในกรุงลอนดอนช่างสดใสสมกับฤดูใบไม้ผลิ มีแดดออกลมพัดกำลังดี ถ้าแต่ว่าคนละอารมณ์กันอย่างสิ้นเชิงในหมู่กองเชียร์เวสต์แฮม
สลาเวน บิลิช ผู้จัดการทีมชาวโครแอตเรียกร้องให้สมาชิกยืนหยัดต่อสู้ร่วมกันระหว่างแถลงข่าวก่อนแมตช์ และท้ายที่สุดก็มาได้รางวัลทดแทน
รูปเกมโดยรวมบางทีอาจไม่ค่อยสวยหรู ต่อเมื่อแง่งามคือ "ชัยชนะ" และผลหน้าที่การงานเล่นเกมรับที่น่าประทับใจ ไม่เสียประตูหนแรกในรอบ 11 นัดหมาย
ไลน์-อัพเปลี่ยนเพียงตำแหน่งเดียวจากนัดหมายเยี่ยมอาร์เซน่อลเมื่อกลางอาทิตย์ โดยส่ง โรเบิร์ต สน็อดกราสส์ ลงตัวจริงแทน แอนดี้ ห่วงใยโรลล์ หอพักกร่างใหญ่ซึ่งสภาพร่างกายไม่ฟิต
มองตามขั้นตอนการยืน สน็อดกราสส์ ลงเลื้อยริมทางขวา อีกฟากเป็น มานูเอล ลันซินี่ ส่วน มิคาอิล อันโตนิโอ ถูกดันเล่นกองหน้าสลับกันขึ้นอยู่กับ อันเดร อายิว ผู้ได้ลงล่าตาข่ายต้ขึ้นอยู่กับเก่า
นอกจากนั้นอย่างเดิม มาร์ค โนเบิล กัปตันทีมคุมดินแดนกลางร่วมกับ เรายาเต้ แบ็กโฟร์มี แซม บายแรม, โชเซ่ ฟอนเต้, เจมส์ คอลลินส์, อาร์กตูร์ มาซูอาเรา และผู้รักษาประตู ดาร แรนดอล์ฟ
สมาชิกของ บิลิช ทุ่มเทเป็นพิเศษตั้งแต่คุณครู เควิน เฟรนด์ เป่านกหวีด มีลุ้นฉับไวจากโอกาสของ อันโตนิโอ รวมถึงจังหวะที่ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ตะครุบลูกกระแทกเผาขนจาก สน็อดกราส์ บนเส้นประตูพอดี
เวสต์แฮมทำสกอร์นำจนได้ใน "ช่วงเวลาเมืองนรก" นาที 44 จากบอลแรกเริ่มที่ โนเบิล ผู้ฉลองสวมเสื้อเลือดหมู-ฟ้าครบหลัก 400 ป้ายขึ้นหน้าให้ สน็อดกราสส์ มอบพาน เรายาเต้ ตะบันเต็มข้อ 25 หลาทิ่มตูดตาข่าย
ชอตถัดมา ห้องเครื่องทีมชาติเซเนกัล ล้นเข้าไปสวมกอดกับแฟนบอลที่นั่งติดขอบสนามทันที–นี่คืออารมณ์ร่วมที่ต่างข้างต่างแสดงออกให้มีความเห็นว่าต้องการชัยชนะเต็มที่ไหน
เป็นโมเมนต์น่าประทับใจจนมาโดนติดเบรกด้วยใบเหลืองแจกให้ตามกฎการแข่งขันชิงชัย ซึ่งครั้งคราวก็มีความคิดว่าควรหยวนๆกันหน่อยในเมื่อมันไม่ใช่พฤติกรรมร้ายแรง หรือทีท่ายั่วยวนปรปักษ์อะไรเลย
ส่วนร่วมแอสซิสต์ของจอมเลื้อยทีมชาติสกอตแลนด์ก็นับเป็นเรื่องที่ดี ข้างหลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ฟอร์มการเล่นอยู่เสมอมานับตั้งแต่ย้ายจากฮัลล์ในช่วงตลาดหน้าหนาว

ตอนที่เหลือไร้สกอร์เพิ่ม กระนั้นจำเป็นต้องดูขุนศึกข้างหลังบ้านเวสต์แฮมที่เล่นกันมีระเบียบวินัย ช่วยกันกันเข้าซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คอลลินส์ และ บายแรม ต่างบล็อกจังหวะสำคัญไว้ได้ในช่วงท้ายเกม
สิ้นเสียงนกหวีดไปด้วย 3 แต้มแสนล้ำค่า แต่ทว่ามีปัญหาตามมาให้ บิลิช จำเป็นต้องขบคิดอีกกระทอกจากการสูญเสียคีย์แมนถึง 2 หน่อโนเบิล กัปตันวันแมนคลับโดนใบเหลืองในนาที 38 สะสมยอดครบเลข 10 พร้อมโทษพักลำแข้ง 2 นัดหมายหน้า
มิเท่านั้น อันโตนิโอ ปีกเจ้าเวหาตัวท็อปสกอร์ 9 ประตู ยังมาเจ็บเอ็นข้างหลังต้นขา จนจำเป็นต้องวิงวอนเปลี่ยนออกเองในไม่กี่อึดใจก่อนได้ประตูนำ
ตัวรุกวัย 27 ได้ขึ้นบัญชีลำแข้งเดี้ยงตาม อารอน เครสส์เวลล์, วินสตัน รีด, อันเจโล อ็อกบอนน่า และ เปโดร โอเบียง ซึ่งเดี้ยงไปก่อนหน้าแต่ละรายนามที่ว่ามาล้วนแต่เป็นขุนศึกตัวจริงทั้งหมดเลย!
อย่างไรสิ่งสำคัญที่สุดก็คือชัยชนะ ซึ่งทำให้เวสต์แฮมเก็บแต้มรวมทั้งสิ้น 36 ขออีกเพียง 4 จาก 6 เกมด้านหลังก็เพียงพอรับรองรอดตายตามมาตรฐานค่าถัวเฉลี่ย
ต่อเมื่อใช้ตรรกะเดียวกันก็น่าวิตกทีเดียวสำหรับสวอนซี ซึ่งมีเพียง 28 คะแนน โดนฮัลล์ถีบส่งลงโซนแดงตั้งแต่เมื่อมิดวีกในช่องว่าง 2 แต้ม
มองดีขึ้นขึ้นกับดีๆในทันทีที่ พอล คลีเมนต์ เข้ามารั้งบังเหียนรับช่วงต่อ บ็อบ กางร็ดลี่ย์ ท้ายที่สุดท่าจะเข้าอีหรอบเดิมซะแบบงั้น! รวมผลแพ้ที่โอลิมปิก สเตเดี้ยมไปด้วย ทีมประเทศเวลส์ได้แค่แต้มเดียวเท่านั้นในรอบ 5 เกมก่อนหน้าที่ผ่านมา
1 แต้มดังที่กล่าวผ่านมาแล้วมาจากแมตช์ในบ้านกับมิดเดิ้ลสโบรช์ โดยเสมอ 0-0 แบบเกือบแพ้ถ้า รูดี้ เชสเตด หอกอาคันตุกะโหม่งเข้าเป้าแม่นๆอีกนิดเมื่อวันพุธก่อนหน้าที่ผ่านมาก็โดนสเปอร์สรัวแซง 3 เม็ดในช่วง 2 นาทีด้านหลังรวมทดเจ็บติดอยู่รังลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยมอีกต่างหากในทริปบุกสังเวียนเขตสแตรทฟอร์ดยิ่งหนัก ส่องเข้าเป้าแค่ 1 ทีตลอด 90 นาทีโอกาสกระจ่างจริงๆจำเป็นต้องคอยถึงครึ่งหลังจาก ลูเซียโน่ ท้องนาร์ซิงห์ ปีกสำรองชาวดัตช์ซัดข้ามคาน
ปัญหาของทีมหงส์ขาวเว้นแต่เสียประตูง่าย ไม่ได้คลีนชีตนอกบ้าน 15 เกมรวด ก็ยังมีหัวข้อเกมรุกที่ลดสมรรถนะไปเยอะเมื่อไร้เงา เฟร์นานโด ยอเรนเต้ ติดโผ 11 คนแรก
หอกยักษ์เลือดบาสก์เจ็บข้อเท้าจนวืดทั้ง 2 นัดหมายก่อน กระนั้นเพียงพอกลับมาสำรองได้เมื่อวันเสาร์ก็ยังขาดแมตช์ฟิต สร้างอันตรายอะไรไม่ได้เลย
ความคาดหมายพังทลายสกอร์จำเป็นต้องฝากฝังไว้กับ จอร์แดน อายิว น้องชายแท้ๆของ อันเดร ซึ่งสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษเกือบจะนับครั้งได้เลยกิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน นักเตะที่เหมาะสมที่สุดของทีมก็มาพบเกมที่เงียบ แผลงฤทธิ์ไม่ออกซะอีกอีกปัญหานักหนาร้ายแรงกว่าคือ "คุณภาพเชิงลึก"
พอล คลีเมนต์ เกือบจะยึดตัวจริงชุดเดิมตลอด 3 นัดหมายข้างหลังที่ไม่มี ยอเรนเต้ เปลี่ยนแค่จุดเดียวตรงปีกขวา–ท้องนาร์ซิงห์ ลงพบโบโร่ ก่อนปรับเอา เวย์น เราท์เล็ดจ์ ลงเลื้อยในแมตช์บู๊สเปอร์ส และเวสต์แฮม
นอกจากนั้นอย่างเดิมเด๊ะ ฟาเบียนสกี้ เฝ้าเสา แผงข้างหลังมี ไคล์ นอห์ตัน, เฟเดริโก้เก๋ เฟร์นานเดซ, แอลฟี่ มอว์สัน, มาร์ติน โอลส์สัน ดินแดนกลาง ลีรอย แฟร์, แจ็ค คอร์ก, ทอม ห่วงใยโรลล์ ตลอดจนสามผสานด้านหน้าอย่าง เราท์เล็ดจ์, อายิว และ ซิกกี้
ครั้นหันไปยังชอยส์อื่นๆและจากนั้นก็อ่อนอกออกใจ ไม่นับ ยอเรนเต้ ก็มี กี ซอง-เยือง ห้องเครื่องประเทศเกาหลีใต้ที่ดร็อปลงไปเยอะ, เจฟเฟอร์สัน มอนเตโร่ จอมเลื้อยเอปัดกวาดอร์หมดสภาพเดี่้ยงไปนานอ่อำเภอ..เกือบลืม บอร์ฆา บาสโตน ดาวยิงสเปนค่าตัวแพง ผู้ยังปรับพฤติกรรมไม่ได้นับตั้งแต่ย้ายมาจากแอต.มาดริดอีกคน! อย่างไรก็ตาม คลีเมนต์ จะได้เปลี่ยนโผแน่นอน2 ตำแหน่งในนัดหมายหน้าที่บ้านวัตฟอร์ดยอเรนเต้ น่าเอากลับคืนตัวจริงในเมื่อใช้งาน อายิว คนน้องแล้วไม่เวิร์กยิ่งกว่านั้น คอร์ก มิดฟิลด์กัปตันทีมดันข้อเท้าเดี้ยงเพิ่ม จำเป็นต้องลุ้นฟิตตัวโก่งแต่ว่าแนวโน้มชวดมีสูงเวลาไม่คอยท่า คลีเมนต์ แอนด์โค จำเป็นต้องรีบคิดรีบทำนำพาสวอนซีกลับมาเก็บแต้มให้ได้เหมือนระยะแรกๆที่เข้ามารับงาน

นับถอยหลังสู่ 8 นัดหมายในที่สุดลุ้นแชมป์พรีเมียร์ระหว่างสิงห์โตน้ำเงิน กับ ไก่เดือยทอง

แต้มห่าง 7 สัปดาห์นี้มีโปรแกรมต่างช่วงเวลากันรวมทั้งเป็นกลุ่มไก่เดือยทองคำได้โอกาสลดช่องว่างเหลือ 4 ให้เชลซีบีบคั้น ถ้าหากว่าพวกเขาชนะวัตฟอร์ด ได้ก่อน ปล่อยให้เชลซีบุกเยี่ยมบอร์นมัธ ด้วยแรงกดดันบ้าง

ภายหลังกลุ่มคอนเต้ชนะในเกมล่าสุดเขากล่าวว่าขออีก 18 แต้มจาก 24 ที่เหลือ นั่นคือชนะ 6 นัด หากเป็นได้ชนะรวด 6 นัดนี้เลย เชลซีจะได้แชมป์พรีภรรยารฺ์ลีกทันที

ณ จุดนี้เชลซีไม่ต้องสนใจสเปอร์ส เล่นเพื่อกลุ่มตัวเอง เล่นเพื่อชนะอย่างเดียว จะชนะแบบไหน ต้องชนะ เพื่อทำให้ช่องว่างนั้นดำรงอยู่แบบงี้หรืออาจโชคดีหากสเปอร์สสะดุดมันจะมากขึ้นรวมทั้งเป็นผลเชิงจิตวิทยาให้พวกเขาได้โอกาสใกล้แชมป์มากยิ่งกว่าชนะรวด 6 นัด

มันบางทีอาจจะเหลือ 5 หรือ 4 ก้ได้่ครับผม
กล่าวอีกนัยหนึ่งแชมป์อยู่ในมือเชลซีรวมทั้งเป็นกลุ่มคอนเต้ ถือถ้วยพรีเมียร์ลีกอยู่ เวลาที่สเปอร์สพากเพียรมายื้อแย่งอยู่ในขณะนี้

สเปอร์สได้โอกาสมั้ยครับผม???

ผมว่ามีครับ

7 คะแนนกับอีก 8 นัดไม่ห่างครับผม แม้มันดูเปิดโอกาสให้เชลซีแต่ว่าจากการที่พวกเขาเสียท่าสะดุดต่อคริสตัล พาเลส ติดอยู่บ้าน มันทำให้เห็นว่าช่วงท้ายฤดู ความเครียด แรงกดดัน ความเกร็งมาเยี่ยมแล้ว

ทั้งที่เกมของพวกเขาเหนือกว่าพาเลส ช่องทางยิงมากมาย แต่กลับพลาดไปหมด

กลุ่มลุ้นแชมป์เกลียดรวมทั้งกลัวเรื่องแบบงี้ครับผม เล่นแล้วมันดูตั้งใจเหลือเกินทั่จะยิง ที่จะชนะคู่แข่ง มันผิดธรรมชาติตัวเองไปซะแบบงั้น คือหากเชลซีไม่แพ้พาเลส รวมทั้งในวันนั้นสเปอร์สคงจะแพ้สวอนซีอยู่แล้วครับผม

แต้มนำ 10 จวบจนกระทั่งตอนทดเวลาที่ลิเบอร์ตี้ แปลงเป็นสมาชิก เมาริสิโอ โปเชตตำหนิโน มีลูกฮึดไล่ยิงสามประตูระหว่างนาทีที่ 88, 90+1 จนกระทั่ง 90+4 ยิงสามประตูในช่วงเวลา 6 นาที กล่าวอีกนัยหนึ่งยืงประตูทุกๆสองนาที

ทั้งที่ไม่มีตัวความมุ่งมาดอย่าง แฮร์รี เคน ลงในสนาม

นั่นคือข่าวดีรวมทั้งประเด็นบวกๆของแฟนไก่รวมทั้งทำให้พวกเขาหลุดพ้นจากคำว่า spursy ที่เป็นนิยามของพวกเขาที่มักเสียท่า ตกม้าตายในเกมสำคัญรวมทั้งเกมที่อยากความมีชัยเพื่อลุ้นต่อ หากเทียบกับปีที่แล้ว

ระยะนี้พวกเขาเริ่มแย่นั่นแหละครับผม แต่ว่าปีนี้พวกเขายังสู้ต่อ ยังไม่หมดลุ้น มันยังได้โอกาสหากสู้ต่อรวมทั้งหวังว่าความมีชัยต่อเกมกับสวอนซี จะเป็นพลังแฝงให้นักเตะสเปอร์ส เดินหน้าสู้ต่อ ทั้งที่ความมุ่งมาดมีไม่มาก

เนื่องด้วยแชมป์อยู่ในมือเชลซี รวมทั้งควรจะเป็นเชลซีเท่านั้นที่จะพลาด

แฟนไก่คอยลุ้นให้ตัวเองชนะไว้ก่อน จากนั้นค่อยว่ากัน หากตัวเองยังชนะมิได้รวมทั้งอดสามแต้ม ผมว่าอันนี้ยากละ เพราะว่านี่มิได้แข่งขันกับตัวเอง พวกเขาแข่งขันกับเชลซี ที่มีความผิดพลาดน้อย นานๆแพ้ครั้ง

แต่ว่าไม่ต้องมาก…ไม่ต้องถึงกับแพ้หรอกครับผมใน 8 นัดที่เหลือ ทดลองเสียท่าเสมอสักสองนัดติด แล้วสเปอร์สชนะรวด

มันจะเป็น 6 ต่อ 2 แต้ม เท่ากับเชลซีได้เพิ่มมา 2 เป็น 9 แต้มที่ห่าง แล้วลบออก 6 จะเหลือแค่ 3 เท่านี้กลุ่มตราไก่ได้โอกาสได้แชมป์ได้เท่าๆกับเชลซีแล้วครับ มันคือ 51-49 แล้วครับ หากนำกันเพียงแค่สามคะแนน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยพลาดท่าต่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นเพราะว่าผลเสมอ 3 นัดในตอนโค้งสุดท้าย หรือเคยเสียแชมป์ให้ อาร์เซนอลตอนนำ 11 แต้มเมื่อถึงเดือน มี.ค. แต่ว่าปืนชนะรวด 10 นัดสุดท้าย ผีหลุดเสมอสองสามนัด มีแพ้ด้วย

จบเลย….

หากว่าอันโตนีโอ คอนเต้ เคยตกม้าตายกับยูเวนตุส แบบว่านำ 5 เมื่อเหลือ 3 นัด แต่ว่าดันแพ้แล้ว ชูแชมป์ให้ลาสิโอไป

แฟนกัลโช จำได้ดีครับผมซีซั่น 1999-2000 ผมเคยเขียนไปคราวหนึ่ง ด้วยความไม่สบายใจของ คอนเต้ ในฐานะนักเตะยูเวนตุสรวมทั้งเจ้านายเขาคือ คาร์โล อันเชลอตตำหนิ 8 นัดสุดท้ายแพ้ 4 จากที่นำห่าง

ก่อนลงในสนามนัดสุดท้ายลาสิโอ ของสเวนโกรัน อีริคส์สัน ตาม 2 แต้ม รวมทั้งไปเยี่ยมเรจจิน่า…คือลาสิโอ ชนะเจ้าบ้าน เรจจิน่า นั้นเป็นได้แน่ๆ เล่นที่สนาม เรองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ คูรี ไม่มีปัญหา แต่ว่าการที่ยูเวนตุสเจอกับประเทศเปรูจา ที่รอดพ้นการตกชั้นไปแล้ว

คนใดกันแน่กล้ารับประกันว่าประเทศเปรูจา จะเล่นเต็มที่???

หนักกว่านั้นคือเกมของลาสิโอจบก่อน แต่ว่าเกมของยูเวยังไม่จบ ฝนตกหนักเกมเลื่อนไป 80 นาที หากเรียลไทม์คือ ลาสิโอ ในขณะนั้นแซงขึ้นเป็นผู้นำฝูงในนัดสุดท้ายคอยให้ยูเวนตุสเตะจบ รวมทั้งหากชนะประเทศเปรูจา เจ้าม้าลายก็ได้แชมป์เช่นเดียวกัน

ผลคือยูเวนตุสแพ้ประเทศเปรูจา 1-0 จากลูกชุลมุนหน้าจุดโทษ…รวมทั้งตีเสมอมิได้ แพ้นัดสุดท้ายถึงกับชวดแชมป์หน้าตาเฉย!

เรื่องราวกลุ่มนี้อยู่ในหัวของ คอนเต้ กระทั่งทำให้เราเองอดคิดมิได้ว่า….เขามีบทเรียนราคาสูงเมื่อ 17 ปีกลาย ยุคเป๋นนักเตะ เรื่องนี้ไม่น่ากลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง เขาต้องแก้ไขมันให้ได้เมื่อมาเป็นผู้ฝึกสอน

แต่ว่าอย่างว่าแหละครับริษัท…จวบจนคุณยังทำการแข่งขันอยู่ ช่องทางแบบงี้มันมีเกิดขึ้นกับแล้วครับผม

คาร์โล อันเชลอตตำหนิ เคยพลาดแชมป์สคูเดตโต เมื่อในขณะนั้น เขาก็ยังพลาดแชมป์ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีกทั้งที่นำหงส์แดง ลิเวอร์พูลในปี 2005 อยู่สามลูกเมื่อจบครึ่งแรก แต่ว่าสุดท้ายโดนตีเสมอรวมทั้งยืดเวลาพิเศษบุกอย่างไรก็ยิงมิได้ แถมแพ้จุดโทษอีก

คอนเต้….คงจะคิดหนักรวมทั้งต้องพากเพียรกระตุ้นสมาชิกว่านำ 7 แต้ม อย่าหลงระเริง รวมทั้งประมาทผู้เอาอย่างสเปอร์ส ที่คงจะแพ้สวอนซี แต่ว่าพอตีเสมอได้นาทีที่ 88 พวกเขาสอยอีกสองลูกกระทั่งหมดเวลา พลิกกลับมาชนะ 3-1

เรื่องราวแบบงี้มันไม่ใช่ชนะแล้วได้เพียงแค่สามแต้ม

สเปอร์สได้ 9 แต้มเลยครับผมวันชนะสวอนซี

แทนที่หากแพ้แต้มจะกลับไป 10 แล้วสิ้นหวังลุ้นแชมป์ ณ จุดนี้ สเปอร์สมีหวัง แต่ว่าคงไม่มากเท่ากับเชลซี อันนี้ตามหน้าเสื่อครับ รวมทั้งแม้กวาดตาดูโปรแกรม 8 นัดสุดท้าย หากเชลซีอยากชนะ 6 นัด

พวกเขาจะต้องเจอกับคนใดกันแน่บ้าง รวมทั้งสเปอร์สเองเจอกับคนใดกันแน่บ้าง

เชลซี สเปอร์ส

นัดที่ 31 บอร์นมัธ(ย) วัตฟอร์ด (ห)

นัดที่ 32 แมนฯยูฯ (ย) บอร์นมัธ (ห)

นัดที่ 33 เซาหมูแฮมป์ตัน(ห) พาเลส (ย)

นัดที่ 34 เอฟเวอร์ตัน (ย) อาร์เซนอล (ห)

นัดที่ 35 โบโร (ห) เวสต์หมูแฮม (ย)

นัดที่ 36 เวสต์บรอม (ย) แมนฯยูฯ (ห)

นัดที่ 37 ซันเดอร์แลนด์ (ห) ฮัลล์ (ย)

ส่วนเกมเชลซีหลงเหลือวัตฟอร์ด รวมทั้งสเปอร์สหลงเหลือกับ เลสเตอร์ นั้น คอยลงวันรวมทั้งเวลาทั้งคู่โปรแกรมเพราะว่าสองกลุ่มนี้มีคิวเตะเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ในวันที่ 22 เม.ย. พบคุ้นเคย พิสูจน์กันเพราะคนใดกันแน่ได้โอกาสลุ้นดับเบิลแชมป์ได้

หากดูโปรแกรมและหนักเบาไม่มีความแตกต่างกัน แฟนเชลซี มองไปที่เกมแมนฯยูฯ กับ เอฟเวอร์ตัน ส่วนแฟนไก่นั้นมองเกม อาร์เซนอล, แมนฯยูฯ รวมทั้งแถมเลสเตอร์ สิตี้ ที่ชนะรวดทุกนัดกลับมาเป็นกลุ่มแชมป์ดังเดิม

ปัญหาอยู่ที่ว่านับต่อจากนี้ไป…..คนใดกันแน่สะดุด พบเจอปัญหาแน่นอน

สเปอร์สสะดุด ช่องว่างจะห่างรวมทั้งแทบหมดลุ้น แต่ว่าหากเชลซีสะดุดแลสเปอร์สเก็บได้ พวกเขามีลุ้นแชมป์แบบสุดกำลัง รวมทั้งสามารถกล่าวได้เต็มปากว่าได้โอกาสเป็นแชมป์ แต้ม 7 ในขณะนี้ สะดุดสักนัดสองนัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชลซี ช่องว่างจะลดฮวบฮาบ

ณ ช่วงเวลานี้คงต้องให้เครดิตกลุ่มเชลซีของ คอนเต้ ก่อนว่า มีจุดแข็งมากยิ่งกว่าข้อด้อย รวมทั้งพวกเขาพร้อมเป็นแชมป์มากยิ่งกว่าสเปอร์ส อันนี้ว่ากันตามหน้าเสื่อ ไม่ใช่ว่ากันด้วยความมุ่งมาด แต่ว่าหากกลุ่มของคอนเต้ ไม่สามารถนำจุดแข็งตัวเองเรื่อง รัดกุม พลาดยากเสียยาก มาใช้ได้ทันทีทันควัน

เสียสมาธิรวมทั้งบีบคั้นตัวเองมากไป ข้อด้อยของพวกเขาจะก้าวมาแทนที่ แบบนั้นช่องทางสะดุดมีมาก เสมือนเกมที่แพ้คริสตัล พาเลสทั้งที่โดนบุกไม่กี่ครั้ง นั่นเป็นเพราะว่าพวกเขาเสียสมาธิ รวมทั้งพอโดนนำ แปลงเป็นบีบคั้นรวมทั้งเกร็งตัวเองไป

นี่เกมล่าสุดที่ชนะ แมนฯสิตี้ 2-1 ทำให้เห็นว่าพวกเขากลับมาควบคุมสติได้อีกครั้ง

ส่วนสเปอร์สไม่ต้องคิดอะไรมาก…ไม่มี แฮร์รี เคน นำแนวรุก พวกเขาต้องชนะอย่างเดียว ด้วย ซอน เฮือง ไม่น, เดลเล อัลลี, คริสเตียน เอริคเซน ตัวทำเกมรุกสามคนนี้ที่สลับหน้ากันยิงรวมทั้งช่วยกลุ่มได้ บวกกับเซตพีส เตะมุม ฟรีคิก ที่จะมาช่วยเสริมให้ได้โอกาสชนะง่ายชึ้น

ไลป์ซิก ซัลซ์บวร์ก มีแววไป UCL ทีมเดียว

ULC

 

สองทีมภายใต้ชื่อ RB อาจไม่สามารถลงเล่นในศึกชิงจ้าวยุโรปฤดูกาลเดียวกันได้เนื่องจากมีเจ้าของเดียวกัน

Salzburger Nachrichten และบอลออนไลน์ W88 หนังสือพิมพ์ของเมืองซัลซ์บวร์ก ตีข่าวว่า สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป(ยูฟ่า)เตรียมอนุญาตให้สองทีมภายใต้ชื่อแอร์เบ (RB) คือ แอร์เบ ซัลซ์บวร์ก ของออสเตรีย และ แอร์เบ ไลป์ซิก ของเยอรมัน ลงเล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้เพียงทีมเดียว เท่านั้น เนื่องจากเป็นทีมของผู้ลงทุนเดียวกัน

ในข้อบังคับของยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก บทที่ 1 ข้อที่ 5 ระบุไว้ว่าทีมที่เข้าแข่งขันต้องไม่มีความเกี่ยวข้องมีส่วนได้ส่วนเสีย มีความสัมพันธ์กันทางอำนาจบริหารกับทีมอื่น ๆ ที่ลงแข่งขันในรายการเดียวกัน ซึ่ง โอลิเวอร์ มินท์ซลาฟฟ์ ผู้บริหารของเรดบูล ซ็อคเกอร์ หน่วยงานที่รับผิดชอบทีมภายใต้ชื่อ RB ทั่วโลกนั้น มีฐานะเป็นซีอีโอของแอร์เบ ไลป์ซิกด้วย และแม้ว่าซัลซ์บวร์กและไลป์ซิกจะเป็นเอกเทศต่อกันในหลาย ๆ ส่วนอย่างเป็นทางการ แต่ก็มีข้อบ่งชี้ไม่น้อยว่าทั้งสองทำงานร่วมกันภายใต้การดูแลของเรดบูล

 

หนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวรายงานว่า ยูฟ่าได้ ‘ส่งสัญญาณ’ มาแล้วว่าจะมีเพียงหนึ่งทีมที่ได้เล่นใน UCL หากทั้งสองสามารถตีตั๋วเข้ามาได้พร้อมกันในฤดูกาลหน้า โดยการตัดสินจะมีขึ้นหลังจบฤดูกาลปัจจุบัน

ในขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญที่เคยทำงานร่วมกับยูฟ่าให้ความเห็นว่า โอกาสที่คำตัดสินจะออกมาในลักษณะดังกล่าวมีอยู่ 50/50

ส่วนโอลิเวอร์ มินท์ซลาฟฟ์ ให้สัมภาษณ์กับ SID ถึงเรื่องดังกล่าวว่า “ที่แอร์เบ ไลป์ซิก เราไม่กังวล และสัญญาณของยูฟ่าก็ยังไม่มีจริง ถ้าเราผ่านเข้าไปได้ ก็ไม่มีเหตุผลที่เราต้องสงสัยว่าจะได้เล่นฟุตบอลยุโรปในฤดูกาลหน้าหรือไม่”

แอร์เบ ซัลซ์บวร์ก นำเป็นจ่าฝูงบุนเดสลีกาออสเตรียอยู่ในขณะนี้ ส่วนแอร์เบ ไลป์ซิก เป็นรองจ่าฝูงของบุนเดสลีกาเยอรมัน

เคสซิเย่ เผยแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคือทีมในฝัน แต่ไปสิงโตนํ้าเงินครามก็ได้เช่นกัน

ฟรองค์ เคสซิเย่ แข้งฟอร์มแรงของ อตาลันต้า ยอมรับว่าตัวเองเป็นแฟนตัวยงของ ผี แต่ถ้าเป็น สิงโตนํ้าเงินคราม ก็พร้อมที่ย้ายเหมือนกัน

 

เคสซิเย่ กําลังทําความสามารถได้อย่างยอดเยี่ยมกับ อตาลันต้า โดยตัวเขาลงสนามไปแล้ว 20 เกมทําได้ 6 ประตูและ 1 แอสซิสต์มีส่วนช่วยให้ อตาลันต้า อยู่อันดับ 5 ของตารางคะแนนกัลโช่ เซเรียอาในเวลานี้

 

แข้งวัย 20 ปีเป็นข่าวกับทีมยักษ์ใหญ่มากมายไม่ว่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด,เชลซี,อาร์เซน่อลและปารีส แซงต์-แชร์กแมง

 

''แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคือทีมในฝันของผม''

 

''แต่เชลซีก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน''

อันเช่ รอดพ้นแจกนิ้วแฟนบอลหลังบริจาคเงิน

นายใหญ่ทีมเสือใต้รอดถูกแบนหลังชูนิ้วกลางใส่แฟนบอลฝ่ายตรงข้ามในเกมลีกล่าสุด นัดเยือนเสมอ 1-1 แฮร์ธา เบอร์ลิน

 

คาร์เล็ตโต้ นายใหญ่ บาเยิร์น มิวนิค ยอมรับตนแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทั้งนี้กองเชียร์คนดังกล่าวถ่มน้ำลายใส่ระหว่างเดินเข้าห้องแต่งตัวหลังจบเกม เนื่องจากแฟนบอลแฮร์ธาไม่พอใจผู้ตัดสินที่ทดเวลาบาดเจ็บถึง 6 นาที ทำให้เสือใต้ได้ประตูตีเสมอ

นายใหญ่ของบาเยิร์น มิวนิค ถูกสหพันธ์ลูกหนังเยอรมันเรียกตัวให้มาชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งหลังการสอบสวนเขาได้บริจาคเงินจำนวน 5,000 ยูโร ให้กับองค์กรการกุศลของเดเอฟเบ