จิ้งจอกสยาม พบ แมนฯยูฯ


        ''แชมป์เก่า'' เลสเตอร์ ซิสตี้ตี้ ต้อนรับการมาเยือนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นบิ๊กแมตช์ที่น่าดึงดูดอีกหนึ่งคู่ในสัปดาห์นี้
สถานะการณ์ทั้งคู่กลุ่มที่แตกต่างทำให้พนันเกมนี้ข้นคลั่ก

"เดอะ ขัดส์" อยู่อันดับ 16 มี 21 คะแนนห่างจากโซนตกชั้นเพียงแค่ 2 นอกเหนือจากนั้นอันดับท้ายที่สุดของตารางคะแนนคือซันเดอร์แลนด์ห่างเลสเตอร์เพียงแค่ 5 แต้ม นั่นถือได้ว่าช่องว่างระหว่างพวกเขากับโซนตกชั้นมีความห่างไม่มากไม่น้อยเลยทีเดียวอะไร

ไม่ใช่เพียงแค่อันดับ 18 อย่างคริสตัล พาเลส แค่นั้นที่พร้อมแซงพวกเขา ตรงกันข้ามทั้งฮัลล์ ที่บุกไปกระทั่งถึงเสมอแมนฯยูฯ และแมวดำได้โอกาสลดช่องว่างในกรณีที่เลสเตอร์เสียท่าแพ้ในเกม มันเริ่มจากเกมนี้เมื่อจัดการแมนฯยูฯ

ในทางเดียวกัน "อสุรกายแดง" กลุ่มที่รองประธานชมรมเลสเตอร์ สิตี้ เป็นแฟนๆมานาน บุกมาคิง พาวเวอร์ ท่องเที่ยวนี้ไม้่มีหนทางเท่าไรนัก ถ้าหากหวังพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก ภายหลังเสียท่าเสมอฮัลล์ สิตี้ อย่างน่าผิดหวัง

อันดับก็ไม่ขยับอยู่ที่ 6 มานานเต็มทน โดยเหตุนั้นเกมนี้จำเป็นต้องบุกมาสอยเลสเตอร์ค้างบ้านให้ได้ มิเช่นนั้นช่องว่างอันโดนยืดและพวกเขาก็อยู่อันดับหกต่อไป

สถานะการณ์ที่ต้องการชัยทั้งคู่กลุ่มแบบนี้….ผมว่าเกมนี้แฟนบอลได้กำไร ไม่มีเล่นเกมแทกติเตียนก ดึงเกม เพราะว่าผลเสมอไม่ดีต่อทั้งคู่กลุ่มแน่นอน

ว่ากันถึงเจ้าบ้านขณะนี้ เคลาดิโอ รานิเอรี เผชิญหน้ากับปัญหายิ่งใหญ่ ไม่ใช่เพราะว่าคนมุ่งมาดเรื่องแชมป์เก่า นั่นมันคือเทพนิยายที่จบไปแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือพวกเขาแปลงเป็นกลุ่มที่จำเป็นต้องลุ้นเรื่องอยู่รอดไหมรอดในพรีเมียร์ลีก

แม้นักเตะได้ขวัญกำลังใจจากท่านเจ้าคุณธงชัย ที่ให้พรว่าเลสเตอร์ไม่ตกชั้น แต่ตอนนั้นสถานะการณ์มันสุ่มเสี่ยงมาถึงจุดนี้แล้ว จะร้อยเปอร์เซนต์อาจจะมิได้ นักเตะจำเป็นต้องสู้เต็มที่เพื่อความอยู่รอดปลอดภัยในลีกสูงสุด

มองคะแนนแล้วเลสเตอรา์เก็บได้ 21 แต้มจาก 23 เกม เป็นตัวเลขที่ชั่วร้ายที่สุดในฐานะแชมป์เก่าที่ลงเล่นซีซั่นต่อมา ที่สำคัญฟอร์มตกแบบสุดๆมันเกิดขึ้นด้วยสถิติที่ว่าไม่ยิงประตูผู้ใดกันแน่มาสี่นัดติดต่อกันเป็นครั้งแรกนับหมดยุคหมดสมัย ไนเจล เพียร์สัน เมื่อ เดือนพฤศจิกายน 2014

ยุค เพียร์สันเมื่อสามปีก่อนนั้นไม่ยิงผู้ใดกันแน่ 5 นัดติดต่อกัน

อีกทั้งเกมนอกคิง พาวเวอร์ ในปีนี้แปลงเป็นจุดบอดของเลสเตอร์ ไปแล้ว พวกเขายังแพ้ผู้ใดกันแน่นอกบ้านเลยในลีกเก็บได้ 3 แต้มจากผลเสมอ 3 นัดหมายนอกจากนั้นแพ้เรียบ คิดเฉพาะตารางนอกบ้านเลสเตอร์ อยู่อันดับ 19 คืออันดับตกชั้น

ยังดีที่ คิง พาวเวอร์ ยังมีพาวเวอร์ให้นักเตะได้ฝ่าสู้ พวกเขาได้ 18 แต้มในบ้าน อันดับคะแนนเฉพาะในบ้านอันดับ 10 อยู่รอดปลอดภัยสบายๆถ้าไม่คิดมากเล่นในบ้านจำเป็นต้องชนะให้เป็นประจำเข้าไว้ พวกเขาได้โอกาสรอดพ้นการตกชั้น

อันนี้เป็นสูตรรากฐานของกลุ่มที่ลุ้นรอดไม่รอดในแต่ละปี

เกมในบ้านดี มีแต้มตลอด แบบนี้ไม่ตกชั้นแน่นอนการันตีได้เลย หลายทีมใช้สูตรนี้บรรลุเป้าหมาย มาแล้วทั้งหมด

ปัญหาของ รานิเอรี ยังคงมีอีกหนึ่งเรื่องคือภาวะกลุ่มของพวกเขาที่แม้จะใหญ่ขึ้น มีเงินทุ่มซื้อนักเตะเยอะขึ้นเรื่อยๆ กลับปรากฏว่านักเตะค่าจ้างแพงดีกรีระดับกลุ่มชาติหลายท่าน กลับมิได้ช่วยกลุ่มและเล่นไม่เข้าระบบอะไรเลย

ต่างจากโนเนมทั้งหลายที่เล่นกับกลุ่มมาตลอดยุค รานิเอรี กลับทำได้ดีมากยิ่งกว่าเด่นชัด

การที่นักเตะใหม่ประสิทธิภาพสูงๆไม่อาจจะเล่นได้ดิบได้ดีนั้น เป็นปัญหาที่ทำให้ รานิเอรี ปวดศีรษะเฉพาะในลีก ซึ่งตรงกันข้ามกับชปล. ที่พวกเขาสร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบนอคเอาต์ได้เร็ว ทั้งที่พึ่งแข่งชปล. เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชมรม

จุดนี้…รานิเอรี จำเป็นต้องรีบปรับปรุง เพราะว่าช่วงเวลากลางเดือนชปล. จะมาบวกอีกสองนัดหมาย นี่ยังมีเกมเอฟเอ คัพ รีเพลย์ให้เมื่อยล้าเล่นอีกหนึ่งเกม โดยเหตุนั้นแต้มจำเป็นต้องมา จำเป็นต้องได้ ชัยจำเป็นต้องบังเกิด จะเริ่มในเกมกับแมนฯยุยงไนเต้ดเลยมั้ย

ผมคิดว่า…ถ้าพวกเขาชนะอสุรกายแดงได้ ความเชื่อมั่น เชิงจิตวิทยาจะมาเพิ่มมากยิ่งกว่าสามคะแนน

รานิเอรี เองก็ต้องการกระตุ้นลูกทีมให้ฝ่าสู้กับแมนฯยูฯ และเน้นชัยหรืออย่างชั่วร้ายเสมอแมนฯยูฯ ก็ไม่เสียหายอะไร ช่องว่างบางทีอาจถูกลดน้อยลง แต่ชั่วโมงนี้แต้มเดียวก็จำเป็นต้องเอาแล้วละครับ อย่าคิดเป็นแบบอื่น

แล้วเกมนี้ รานิเอรี จะจัดกลุ่มของเขาเช่นไรดี

ปีนีจำเป็นต้องสารภาพว่าเว้นแต่ปัญหาเรื่องกลุ่มที่ใหญ่ขึ้นกลับเล่นในลีกได้ห่วยลง ส่วนหนึ่งส่วนใดก็มาจากการที่พวกเขามี ริยาด ยักษ์เรส เป็นหัวหอกเกมรุกมาตลอดหนึ่งปีที่ได้แชมปฺ ปีนี้ ยักษ์เรส โดนจับทางได้ ตัวเขาเองก็ไม่อัศจรรย์ราวกับปีที่แล้ว

เกมรุกเลยขาดความน่าสยดสยองลง…ประกอบกับ เจมี วาร์ดี ก็ไม่ได้โอกาสรับบอลสวยๆและหลายทีมเล่นกับเลสเตอร์ก็ไม่บุกมาก เน้นเชิง ตั้งรับคอยสวนเช่นเดียวกันเลยแปลงเป็นงานยากไปสำหรับเลสเตอร์

มันเป็นปัญหาที่มารวมตัวกันจนทำให้ รานิเอรี ปวดศีรษะ แต่อย่างไรก็ดีมั่นใจว่า รานิเอรี คงจะยังใช้ขุมกำลังเก่าสู้กับแมนฯยูฯ คือเอานักเตะชุดเก่าๆเป็นแกน แนวรับไม่ต้องบอกหลับตานึกภาพออกสำหรับ 5 ด่านหลังของพวกเขา รวม ชไมเคิล ด้วย

กลางรับ ดินแดนนี ดริงค์วอเตอร์ คุมเกมพร้อมกับ เอนดิดี และ อัลไบรท์ตัน ส่วนแนวรุกสามคน วาร์ดี, ยักษ์เรส และ เดมาไร เกรย์ ในระบบ 4-3-3 สังเกตให้ดี โอกาซากิ ปีนี้ตกเป็นตัวสำรองบ่อย

รานิเอรี ไม่น่าจะเน้นเกมรุกสู้แมนฯยูฯ แน่นอน การตั้งรับจะแบบไหนอีกหนึ่งเรื่องครับ

รับลึกหน้าเขตโทษหรือเต็มพื้นที่ในดินแดนตนเอง คุมโซน คอยดักจังหวะ ผีพลาดแล้วสวนกลับ ปล่อยให้ กลุ่มมูรินโญ เซตบอลบุกเข้าหา แทกติเตียนกของ รานิเอรี คงจะออกมาแบบนี้ เพราะว่าอย่าลืมว่านัดปัจจุบันโดนสอยเลอะเทอะที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด 4-1

มั่นใจว่าในบ้าน รานิเอรี ไม่ต้องการให้แมนฯยูฯ เล่นกับพวกเขาได้แบบงั้นอีก

ด้วยเหมือนกันครับปีนี้พบแมนฯยูฯ ตั้งแต่ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ และพรีเมียร์ลีก แพ้ 2 นัดหมาย แต่นั่นไม่ใช่ที่บ้านของเลสเตอรฺ์ โดยเหตุนั้นเฉพาะหน้าแฟนตนเองเกมนี้ จะปล่อยให้เป็นนัดหมายลำดับที่สามติดต่อกันต่อผีแดงมิได้โดยเด็ดขาด

มันจะต้องมีอะไรพิเศษแงะมาสู้…นั่นคือเกมรับแล้วคอยสวนซึ่งพวกเขามีทีเด็ดอยู่แล้ว

ทางฝั่งแมนฯยูไนเต็ด ของ มูรินโญ โดนแฟนบ่นยับหลังเสมอฮัลล์ สิตี้ 0-0 ทำให้่อันดับไม่ขยับ ทั้งๆที่กรุ๊ปบนพลาดหลุดเสมอกับแพ้ พวกเขาแข่งคราวหน้ากลับไม่อาจจะฉกฉวยโอกาสนั้นเอาไว้ได้

ยังแช่อยู่ที่ 6 ต่อไป

เกมนี้ มูรินโญ คงจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นอีกคราวหลังจากนัดหมายก่อนที่จะว่าไปก็พลาดเช่นเดียวกันที่ไม่มี เฟลไลนี ลงในสนาม แม้แต่ชื่อสำรองก็ไม่มี ข่าวสารก็มิได้บอกว่าเจ็บอะไร แต่ทำไมมิได้ลงเล่นทั้งๆที่ ฟู ยังเพียงพอมีคุณประโยชน์ต่อเกมที่มันตื้อๆแล้วทำอะไรคู่แข่งมิได้

นัดหมายนี้เชื่อเลยว่า เฟลไลนี จะกลับมาเล่นตัวจริง เช่นเดียวกันกับตัวรุกอีกคนหนึ่งคือ มาร์กสิยาล ส่วนนักเตะที่แฟนผีต้องการมองเห็นลงในสนามมากที่สุด แต่ มูรินโญ อาจจะไม่ใช้คือ บาสเตียน ชไวน์สไตนร์

ไม่ทราบดีว่าโกรธเคืองอะไรนักหนา…

ชไวนี พิสูจน์ให้มองเห็นแล้วว่าเขาเองมืออาชีพ ทั้งๆที่นักเตะระดับเขาผ่านเกม ผ่านการบรรลุเป้าหมายมากยิ่งกว่า ไมเคิล คาร์ริค ด้วยซ้ำ อายุก็น้อยกว่า จะบอกว่าเก่งกว่าก็ได้อยู่ครับ แต่ มูรินโย กลับมองข้าม

ให้เล่นเพราะว่าในช่วงเวลานี้กองกลางไม่มีผู้ใดเหลือแล้ว เมื่อขาย มอร์แกน ชไนเดอลิน ออกไปจากกลุ่ม

ชไวนี ยังมีคุณประโยชน์กับเกมระดับนี้ และเขาเองมืออาชีพ ซุ่มฝึกกับกลุ่ม ไม่คิดย้ายกลุ่มไปไหน ต้องการพิสูจน์ตนเองว่ามีคุณประโยชน์กับกลุ่ม แต่ มูรินโญ กลับไม่เลือก ให้เล่นแบบเสียมิได้ จำเป็นต้องมองว่านัดนี้จะใช้ไหม (อาจจะไม่ใช้)

ดูแล้วการจัดตัวอาจจะออกมาเป็น คริส สมอลลิง กับ มาร์กอส โรโฮ, บลินด์, วาเลนเซีย กลางก็ เฟลไลนี, คาร์ริค, ป๊อกบา พร้อมกับ มคิทาร์ยาน, มาร์กสิยาล และ อิบราฮิโมวิช มั่นใจว่านัดหมายนี้ มาร์กสิยาล คงจะได้โอกาสลงเล่นตัวจริง ถ้าไม่ใช่ก็ ฆวน มาต้า

มูรินโญ อาจจะจำเป็นต้องอ่านไต๋ของ รานิเอรี ออกว่าแม้เป็นเจ้าบ้านแต่ไม่น่าบุก เน้นเกมโต้กลับเพือหวังผลจู่โจมหักหลังแมนฯยูฯ โดยเหตุนั้นเขาถูกบีบให้จำเป็นต้องบุก ก็อาจจะบุกแบบไม่ผลีผลาม และหวังจู่โจมริมเส้น รวมถึงใช้ลูกตั้งแต่ ลูกครอสให้มีคุณประโยชน์มากที่สุด

มี เฟลไลนี อยู่แล้วไม่ต้องกลัว

แม้..เลสเตอร์ มีคู่คิด ฮูธกับ มอร์แกน ที่เล่นลูกกลางอากาศดี แต่แบกสองข้างของเลสเตอร์ ก็มิได้เล่นลูกกลางอากาศได้ดิบได้ดีเท่า มั่นใจว่าการจู่โจมของ มูรินโญ ถ้าเน้นภาคพื้นอากาศ เขาคงจะเลือกเสาสองและเสาแรกเป็นหลัก มากยิ่งกว่าบอมเข้าไปแถวจุดโทษ

ไม่ว่าจะเป็นเตะมุม, ฟรีคิก หรือการเปิดบอลจากข้างๆ กล่าวอีกนัยหนึ่งมันจำเป็นต้องให้่ผ่านหัว ฮูธ กับ มอร์แกน โดย อิบราฮิโมวิช เป็นตัวหลอก หรือมิเช่นนั้นก็วัดกันไปเลย ทั้งอิบรา, เฟลไลนี ซึ่งก็สู้ได้อยู่ครับผม ถ้าแย่งโหม่งกัน

ที่เน้นตามมาคือบอลจังหวะสอง ในกรณีที่ คู่เซนเตอร์เลสเตอร์ ชิงโหม่งได้ บอลหลุดออกมาพื้นที่อันตราย ผู้เล่นแถวสองของผีแดง จำเป็นต้องมีส่วนช่วยเก็บบอล หนุนไปใหม่หรือเซตบอลเพื่อหาจังหวะยิงประตู

หมากของ มูรินโญ คงจะออกมาแบบนี้

บอลข้างๆ ครอสเข้ามาจะใช้มากและเน้นเซตพีส เพราะว่าดูแล้วเจาะตรงกลางแน่นแน่ เลสเตอร์ รับเต็มพิกัด

ส่วนแฟนผีก็จำเป็นต้องลุ้นหัวข้อการจบสกอร์ของพวกเขาว่าจะเด็ดขาดมากน้อยแค่ไหน เพราะว่าปัญหาตอนนั้นไม่ใช่เรื่องอื่นใด นอกจากไปจากการยิงประตูของพวกเขาที่จำเป็นต้องเฉียบขาดมากยิ่งกว่านี้ ไม่ใช่ทิ้งขว้างจังหวะทองคำ